การพัฒนาระบบความยุติธรรมสมานฉันท์เพื่อแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและการพัฒนาระบบความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์เพื่อแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว 2) ศึกษากฎหมายและการนำความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาใช้ในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวของประเทศไทยและต่างประเทศ 3) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนากลไกทางกฎหมายในการนำความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาปรับใช้กับปัญหาความรุนแรงในครอบครัว เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ ด้วยการศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากหนังสือ ตำรา บทความ วิชาการ งานวิจัยและเอกสาร โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์ สังเคราะห์และใช้วิธีเรียบเรียงแบบพรรณนาความ เพื่อวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาระบบความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในบริบทของปัญหาความรุนแรงในครอบครัวในประเทศไทย โดยพิจารณาถึงความเหมาะสม ประสิทธิภาพ และข้อจำกัดของการนำแนวคิดนี้มาปรับใช้ รวมถึงการเสนอแนวทางการพัฒนากลไกทางกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องต่อไป
ผลการศึกษาพบว่า 1) กระบวนการการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวยังไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้เสียหายและครอบครัวอย่างแท้จริง เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำความผิดและผู้เสียหายมีลักษณะพิเศษ การนำแนวคิดความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาปรับใช้จึงอาจเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งที่เหมาะสมในการจัดการกับปัญหาความรุนแรงในครอบครัว 2) ประเทศไทยปัญหาความรุนแรงในครอบครัวจึงได้มีการตราพระบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ซึ่งมีวิธีการในการดำเนินคดีต่างหาก โดยบังคับใช้เป็นกระบวนวิธีพิจารณาคดีแตกต่างจากคดีทั่วไป เนื่องจากความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างผู้กระทำความผิดกับผู้เสียหายที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกันในครอบครัว โดยหวังให้ผู้กระทำผิดกลับตัวและยับยั้งการกระทำผิดซ้ำ รวมถึงเพื่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลในครอบครัว อย่างไรก็ตาม แม้จะมีกฎหมายออกมาใช้บังคับและให้ความคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง แต่ก็ไม่อาจแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้หมดสิ้นไปจากสังคมได้ ยังคงมีผู้ที่กระทำและถูกกระทำด้วยความรุนแรงอยู่อีกมาก ซึ่งแตกต่างจากกฎหมายต่างประเทศ อาทิ ประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศส มีการกำหนดเรื่องกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาฝรั่งเศส โดยมีการกำหนดมาตรการในการเบี่ยงเบนไว้ 2 มาตรการ ได้แก่ การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว
ผู้ศึกษาจึงมีข้อเสนอแนะในการพัฒนาระบบความยุติธรรมสมานฉันท์เพื่อแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ดังนี้ ข้อเสนอแนะเชิงกฎหมาย (1) ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ควรมีการกำหนดกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในคดีความรุนแรงในครอบครัวให้จัดให้มีกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในคดีความรุนแรงในครอบครัว เพื่อส่งเสริมการระงับข้อพิพาท การเยียวยาผู้เสียหาย และการฟื้นฟูความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ทั้งนี้ ต้องกระทำโดยสมัครใจของคู่กรณีและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานของรัฐที่ได้รับมอบหมาย ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (1) จัดตั้ง “ศูนย์ยุติธรรมสมานฉันท์ชุมชน” ภายใต้สำนักงานอัยการสูงสุด (2) เพิ่มกลไกคุ้มครองผู้เสียหาย และการติดตามหลังสมานฉันท์ (3) พัฒนาหลักสูตรอบรมผู้ปฏิบัติในกระบวนการสมานฉันท์ (4) กำหนดกลไกติดตามและประเมินผลในเชิงระบบ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.(2567). สถิติความรุนแรง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. สืบค้นเมื่อ 9 เมษายน 2568, จาก https://1300thailand.m-society.go.th/statyearly
นาฏสุดา เอโกบล. (2558). ปัญหาการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ของผู้ปฏิบัติงานในกลุ่มพนักงานสอบสวน. วารสารกฎหมายสุขภาพและสาธารณสุข 1(1), 16.
บัณฑิต โต้ทองดี. (2555). กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ : ศึกษาการเบี่ยงเบนคดีความรุนแรงในครอบครัว. วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต. 98-99.
ปพนธีร์ ธีระพันธ์. (2561). แนวทางการพัฒนาการเบี่ยงเบนคดี ในชั้นสอบสวนที่เด็กและเยาวชน เป็นผู้กระทำ ความผิด. วารสารนิติศาสตร์. 372.
มาพันธ์ ตังคจิวางกูร. (2554). กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ การเยียวยาความรุนแรงในครอบครัว ศึกษาเปรียบเทียบกับพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550. วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต. 67.
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดบึงกาฬ. (2562). การกระทำความรุนแรงในครอบครัว กฎหมายช่วยได้. สืบค้นเมื่อ 9 เมษายน 2568, จาก https://bngjc.coj.go.th/th/content/category/detail/id/ 8/cid/14/iid/133860
สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย. (2565). ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (Restorative Justice) และการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงในประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 2 กรกฎาคม 2568, จาก https:// tijacademy.org /2022/06/3859/w_014/
สัญญพงศ์ ลิ่มประเสริฐ และคณะ. (2562). การลงโทษผู้กระทำผิดทางอาญา. งานประชุมวิชาการระดับชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ประจำปี 2562. 1488.
สุกัญญา สดศรี. (ม.ป.ป.). ปัญหาการใช้ความรุนแรงของครอบครัวในสังคมไทย. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร 6 (ฉบับพิเศษ), 602.
อุมาพันธ์ ตังคจิวางกูร. (2554). กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ การเยียวยาความรุนแรงในครอบครัว ศึกษาเปรียบเทียบกับพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550. วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต. 63.
respect. (ม.ป.ป.). เกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวและในความสัมพันธ์. สืบค้นเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2568, จาก https://1800respect.org.au/languages/thai-what-is-1800respect/thai-abo ut-domestic-and-family-violence
TIJ. (2565). กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์คืออะไร. สืบค้นเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2568, จาก https:// knowledge. tijthailand.org/th/infographic/detail/what-is-rj-20-yrs-info