วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการบริหารงานยุติธรรม https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA <p><em><strong>วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการบริหารงานยุติธรรม </strong></em></p> <p><em><strong><span class="a_GcMg font-feature-liga-off font-feature-clig-off font-feature-calt-off text-decoration-none text-strikethrough-none">ISSN 3088-2532 (Online)</span></strong></em></p> <p>วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการบริหารงานยุติธรรม เป็นวารสารที่มุ่งส่งเสริมการเผยแพร่ผลงานวิจัยและบทความวิชาการที่มีคุณภาพในสาขาวิชาสังคมศาสตร์และการบริหารงานยุติธรรม มีเป้าหมายในการเป็นแหล่งข้อมูลเชิงวิชาการที่ครอบคลุมและเป็นประโยชน์สำหรับนักวิจัย นักการศึกษา และผู้ปฏิบัติงานในวงการที่เกี่ยวข้องกับสังคมศาสตร์และการบริหารงานยุติธรรม โดยมีวัตถุประสงค์ (Aims) และขอบเขต (Scope) ดังนี้</p> <p><strong>วัตถุประสงค์ (</strong><strong>Aims)</strong></p> <ol> <li>เพื่อเผยแพร่บทความวิจัยและบทความวิชาการที่เกี่ยวข้องกับสังคมศาสตร์ กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม</li> <li>เพื่อเป็นเวทีวิชาการสำหรับนักวิชาการ นักวิจัย และผู้ปฏิบัติงานในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง</li> <li>เพื่อสนับสนุนการพัฒนาความรู้ใหม่ในมิติทางสังคมศาสตร์และกระบวนการยุติธรรม</li> <li>เพื่อกระตุ้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความร่วมมือทางวิชาการระหว่างบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้อง</li> </ol> <p><strong>ขอบเขต (</strong><strong>Scope)</strong></p> <ol> <li>การวิจัยในสาขาสังคมศาสตร์ เช่น สังคมวิทยา มานุษยวิทยา เศรษฐศาสตร์ จิตวิทยาสังคม รัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์</li> <li>การศึกษาในด้านกฎหมายและการบริหารงานยุติธรรม อาทิ กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม อาชญาวิทยา การบังคับใช้กฎหมาย</li> <li>ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายสาธารณะและผลกระทบทางสังคมจากการดำเนินงานด้านยุติธรรม</li> <li>การศึกษาเชิงเปรียบเทียบในระดับชาติและนานาชาติเกี่ยวกับระบบยุติธรรมและบริบททางสังคม</li> </ol> <p><strong>ประเภทบทความที่รับ (</strong><strong>Types of Articles)</strong></p> <ol> <li>บทความวิจัย (Research Articles)</li> <li>บทความวิชาการ (Academic Articles)</li> <li>บทความปริทัศน์ (Review Articles) </li> <li>บทความเชิงนโยบาย (Policy Articles) </li> <li>บทความวิจารณ์หนังสือ (Book Reviews) </li> <li>กรณีศึกษา (Case Studies) </li> </ol> <p><strong>กำหนดการออกเผยแพร่ (</strong><strong>Publication Frequency)</strong></p> <p>มีกำหนดการตีพิมพ์และเผยแพร่ปีละ 4 ฉบับ โดยแต่ละฉบับประกอบด้วยบทความจำนวน 8 บทความ รวมทั้งสิ้น 32 บทความต่อปี โดยมีรายละเอียดกำหนดการ ดังนี้</p> <ol> <li>ฉบับที่ 1: มกราคม - มีนาคม </li> <li>ฉบับที่ 2: เมษายน - มิถุนายน </li> <li>ฉบับที่ 3: กรกฎาคม - กันยายน</li> <li>ฉบับที่ 4: ตุลาคม - ธันวาคม</li> </ol> <p> <strong>ค่าธรรมเนียมการเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์</strong></p> <p> ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์หรือค่าตีพิมพ์เผยแพร่บทความในวารสาร ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนการเผยแพร่ผลงานวิชาการและการวิจัยให้กว้างขวาง และเพื่อส่งเสริมโอกาสทางวิชาการแก่ผู้เขียนทุกกลุ่ม โดยไม่มีข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่าย ผู้เขียนสามารถส่งบทความได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่กระบวนการพิจารณาจนถึงการตีพิมพ์ในวารสาร</p> <p>วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการบริหารงานยุติธรรม ใช้กระบวนการตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการ (Peer Review) อย่างเข้มงวดก่อนการตีพิมพ์เผยแพร่ โดยมีรายละเอียดดังนี้</p> <ol> <li>ใช้รูปแบบ Double-Blind Review ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แต่งบทความจะไม่ทราบชื่อกันและกัน เพื่อให้การประเมินเป็นกลาง ปราศจากอคติ และเน้นความถูกต้องเชิงวิชาการ</li> <li>บทความทุกเรื่องจะถูกตรวจสอบโดย ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้องจากหลากหลายสถาบัน</li> <li>จำนวนผู้ทรงคุณวุฒิที่ทำการประเมินบทความ คือ 3 คน</li> </ol> th-TH บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร mr.akkakorn@gmail.com (Akkakorn Chaiyapong ) Supichapa.jaiyuan@gmail.com (Supichapa Jaiyuan) Wed, 31 Dec 2025 02:44:49 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 บทบรรณาธิการ https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/3102 <p>-</p> อัคคกร ไชยพงษ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/3102 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนากฎหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวสีเขียว https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/2657 <p> การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ วิเคราะห์นโยบาย กฎหมาย กฎ ระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจการท่องเที่ยว และนําผลการศึกษาเป็นข้อมูลในการเสนอแนะให้มีการปรับปรุงหรือแก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบ ที่เป็นอุปสรรค เพื่อเอื้อต่อการประกอบธุรกิจ ในบริบทที่ต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม วิธีการในการศึกษา ใช้การศึกษาทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยใช้แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ และการประชุมรับฟังความคิดเห็น (Focus Group) จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง </p> <p> ผลการศึกษาพบว่า แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก แต่ประเทศไทย ยังไม่มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรง และยังมีกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เป็นปัญหา อุปสรรคเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย</p> <p>ผู้ศึกษามีข้อเสนอแนะ ดังนี้ (1) ควรมีการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวให้มีแนวทางการดำเนินการที่สอดคล้องกับการท่องเที่ยวสีเขียว เช่น กฎหมายโรงแรม กฎหมายอาหาร กฎหมายการท่องเที่ยว กฎหมายขนส่ง เป็นต้น (2) ให้มีนโยบายส่งเสริม มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวและมาตรฐานโรงแรมที่เป็นมิตรกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทั้งการบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวต้องสอดคล้องกับมาตรฐานอาเซียน ทั้งมาตรฐานสปา มาตรฐานภัตตาคาร มาตรฐานโฮมสเตย์ มาตรฐานโรงแรมสีเขียว เป็นต้น (3) กฎหมายส่งเสริมการลงทุน กำหนดให้มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้แหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศมีการปรับปรุงสถานที่ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการเปลี่ยนจากการใช้ยานพาหนะที่ใช้น้ำมันมาเป็นใช้ไฟฟ้า และส่งเสริมการลงทุนแก่ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวที่ลงทุนด้านการใช้พาหนะเพื่อบริการนักท่องเที่ยว (4) องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นควรมีแผนงานการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยรัฐบาลให้การสนับสนุน เช่น ให้มีการปรับเปลี่ยนใช้รถไฟฟ้าเป็นรถโดยสารประจำทาง และส่งเสริมการดัดแปลงรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงจากระบบน้ำมันเป็นรถไฟฟ้า และจัดทำแผนพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองคาร์บอนต่ำ (5) พิจารณาให้มีการออกกฎหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับในต่างประเทศ เช่น กฎหมายที่กำหนดความรับผิดชอบต่อผู้ที่ปล่อยสารอันตราย และกำหนดให้ผู้ก่อมลพิษต้องรับผิดร่วมกันในการชดใช้ค่าเสียหาย </p> วิชัย โถสุวรรณจินดา, วงศ์วิภา โถสุวรรณขินดา ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการบริหารงานยุติธรรม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/2657 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 วุฒิการศึกษากับบทบาทอำนาจหน้าที่และสิทธิของสมาชิกวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/2861 <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา แนวคิด ทฤษฎี มาตรการทางกฎหมาย และปัญหาเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาของสมาชิกวุฒิสภาตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2560 มาตรา 107 ถึงมาตรา 113 และ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาพุทธศักราช 2561 มาตรา 10 ถึงมาตรา 14 ที่ไม่มีความสอดคล้องเหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ และสิทธิของสมาชิกวุฒิภาตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบการบริหารราชการแผ่นดินในปัจจุบันและการให้ความเห็นชอบในการบัญญัติกฎหมายต่าง ๆ เช่น พระราชบัญญัติและพระราชกำหนด เป็นต้น ที่ต้องอาศัยผู้มีความรู้ทั้งทางด้านเทคโนโลยีที่นำสมัยในปัจจุบันด้านกฎหมาย และภาษาต่างประเทศโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาทุกคนจะต้องมีความรู้สามารถพูดเข้าใจและติดต่อสื่อสารได้ การวิจัยนี้เป็นการศึกษาเพื่อหาแนวทางแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการกำหนดคุณวุฒิทางการศึกษาของสมาชิกวุฒิสภาเพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่และสิทธิ ของสมาชิกวุฒิสภาที่มีต่อการบริหารราชการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญพุทธศักราช 2560 โดยงานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเอกสาร (Documentary Research) โดยค้นคว้าข้อมูลจากตำรากฎหมาย บทความ งานวิจัย และ ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางอินเทอร์เน็ต </p> <p>ผลการศึกษาพบว่า ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2560 มาตรา 107 ถึง มาตรา 113 และพระราชบัญญัติประกอบว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พุทธศักราช 2561 มาตรา 10 ถึง มาตรา 14 ไม่ได้มีการกำหนดวุฒิการศึกษาของผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาไว้แต่ประการใด แต่ได้มีการกำหนดบทบาทหน้าที่และสิทธิการมีส่วนร่วมในการบริหารราชการแผ่นดินไว้มากมาย ซึ่งต่างจากกฎหมายรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2540 และกฎหมายรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2550 ที่ได้กำหนดวุฒิการศึกษาให้ผู้ที่จะมีสิทธิสมัตรรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกวุฒิสภาจะต้องสำเร็จการศึกษาไม่ตำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และเมื่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2560 ได้กำหนดบทบาท หน้าที่และสิทธิของสมาชิกวุฒิสภาในการมีส่วนร่วมในการบริหารราชการแผ่นดินไว้มากมาย</p> <p>ผู้วิจัยจึงมีความเห็นว่า วุฒิการศึกษาของสมาชิกวุฒิสภาย่อมมีส่วนสำคัญมากในการที่จะให้ความเห็นชอบในด้านต่าง ๆ เช่น ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี รวมทั้ง การมีส่วนร่วมในการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ ผู้วิจัยจึงมีความเห็นว่า ควรมีการกำหนดวุฒิการศึกษาของผู้ที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกวุฒิสภาในกฎหมายรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2560 อย่างน้อยต้องจบการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่าเหมือนกับที่มีการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2540 และ 2550 ดังกล่าวก็น่าจะช่วยการมีส่วนร่วมในการบริหารราชการของสมาชิกวุฒิสภามีประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ </p> <p><strong> </strong></p> ปริญญา ศรีเกตุ, พรรณงาม อาวเจนพงษ์ , พัทธนันท์ ศรสำแดง , พัชรี อินทะวิเศษ , ศีรวิษ สุขชัย ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการบริหารงานยุติธรรม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/2861 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 ปัญหาทางกฎหมายในการจำแนกบุคคลอันมีเหตุควรเชื่อได้ว่าเป็น ผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์ https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/2923 <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหา แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวกับการจำแนกบุคคลอันมีเหตุควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์ 2) กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจำแนกบุคคลอันมีเหตุควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์ของประเทศไทย ต่างปะเทศ และระหว่างประเทศ และ 3) มาตรการปรับปรุงแก้ไขมาตรา 29 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 เกี่ยวกับการจำแนกบุคคลอันมีเหตุควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์ เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ ด้วยการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลจากหนังสือ ตำรา บทความ วิชาการ งานวิจัยและเอกสาร โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์ สังเคราะห์และใช้วิธีเรียบเรียงแบบพรรณนาความ เพื่อให้ได้มาซึ่งแนวทางในการพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจำแนกบุคคลอันมีเหตุควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า การกำหนดระยะเวลาในการจำแนกไว้ซึ่งโดยได้กำหนดระยะเวลาหลังเกิดเหตุไว้เพียงยี่สิบสี่ชั่วโมง และอาจขอขยายระยะเวลาได้ไม่เกินเจ็ดวัน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการจำแนกผู้เสียหายที่แท้จริงกับผู้เสียหายที่สมัครใจไปค้าประเวณีเอง ซึ่งระยะเวลาที่กำหนดไว้จึงเป็นเวลาที่จำกัดมากเกินไปเมื่อพิจารณาถึงการให้ข้อมูลของผู้เสียหายแล้ว</p> <p>ผู้ศึกษามีข้อเสนอแนะในการพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวกับปัญหาทางกฎหมายในการจำแนกบุคคลอันมีเหตุควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์ เพื่อให้มีมาตรการทัดเทียมตามมาตรการสากล ดังนี้ 1) การเพิ่มกรอบระยะเวลาซึ่งไทยอาจบัญญัติให้มีระยะเวลา ไม่น้อยกว่า 90 วัน ที่ผู้เสียหายได้รับสิทธิพักอาศัยและคุ้มครองโดยไม่ต้องเร่งจำแนกสถานะ ระยะเวลาดังกล่าวช่วยลดปัญหาการตัดสินผิดพลาด <strong>(</strong>misidentification) 2) ออกกฎกระทรวงหรือระเบียบกำหนดเกณฑ์ชัดเจน 3) เน้นสิทธิมนุษยชนควบคู่กับความมั่นคง แม้ผู้เสียหายจะเป็นแรงงานผิดกฎหมาย แต่หากมีเหตุอันควรเชื่อว่าเข้าข่ายการค้ามนุษย์ ต้องได้รับการคุ้มครองก่อนพิจารณาเรื่องสถานะการเข้าเมือง</p> ภัชราภา พินแก้ว , อัคคกร ไชยพงษ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการบริหารงานยุติธรรม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/2923 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 การไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทในชุมชนของศูนย์ยุติธรรมชุมชน ตำบลไสไทย อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/2929 <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัญหากระบวนการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทในชุมชนของศูนย์ยุติธรรมชุมชนตำบลไสไทย อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ 2) วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของกระบวนการไกล่เกลี่ยระงับข้อพาทในชุมชน และ 3) เสนอแนวทางในการพัฒนาการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทในชุมชน การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการวิเคราะห์เอกสาร การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และการสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม ศึกษาจากเอกสารทางวิชาการ กฎหมาย นโยบาย และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ยุติธรรมชุมชน รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการระงับข้อพิพาทและผลกระทบที่เกิดขึ้นในตำบลไสไทย</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า 1) การไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทในชุมชนของศูนย์ยุติธรรมชุมชนตำบลไสไทยมีปัญหาสี่ประเด็นหลัก ได้แก่ ปัญหาด้านโครงสร้างและกลไกการดำเนินงานที่ศูนย์ยุติธรรมชุมชนไม่ได้เป็นภารกิจหลัก ปัญหาด้านศักยภาพผู้ไกล่เกลี่ยที่ขาดความรู้และประสบการณ์ ปัญหาการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมจากการขาดการประชาสัมพันธ์ และปัญหาบริบทของตำบลไสไทยที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความขัดแย้งจากการท่องเที่ยว 2) ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จประกอบด้วยปัจจัยด้านบุคคล ด้านกระบวนการ ด้านสังคมและวัฒนธรรม และด้านกฎหมายและนโยบาย</p> <p>ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ การพัฒนาศักยภาพผู้ไกล่เกลี่ยด้วยการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบและการสร้างระบบพี่เลี้ยง การพัฒนากระบวนการไกล่เกลี่ย 5 ขั้นตอนที่เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น การพัฒนาช่องทางการเข้าถึงบริการที่หลากหลาย การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนผ่านเครือข่ายอาสาสมัครยุติธรรม การบูรณาการหลักศาสนาและจารีตประเพณีท้องถิ่น และการพัฒนาระบบฐานข้อมูลและการจัดการสารสนเทศ ทั้งนี้ ควรมีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 เพื่อรองรับการบูรณาการความหลากหลายทางวัฒนธรรม การไกล่เกลี่ยออนไลน์ และการติดตามผลอย่างเป็นระบบ</p> วราเทพ หง้าฝา , นิรมล ยินดี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการบริหารงานยุติธรรม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/2929 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 การศึกษาเชิงเปรียบเทียบกระบวนพิจารณาคดีปกครอง ทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศโปรตุเกส ยูเคน และลิทัวเนีย https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/2930 <p>การศึกษาวิจัยนี้มุ่งเน้นการวิเคราะห์เปรียบเทียบกระบวนการพิจารณาคดีปกครองทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศสมาชิกสภายุโรป โดยเฉพาะในยูเครน โปรตุเกส และลิทัวเนีย งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการวิเคราะห์แบบการวิเคราะห์ภายในกรณีศึกษาและการวิเคราะห์ข้ามกรณีศึกษา เพื่อศึกษาความแตกต่างและความคล้ายคลึงของระบบยุติธรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในศาลปกครอง</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า การนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการพิจารณาคดีปกครองสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงความยุติธรรม ลดระยะเวลาการพิจารณาคดี และเสริมสร้างความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตาม ยังพบอุปสรรคสำคัญหลายประการ ได้แก่ ความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงเทคโนโลยี ปัญหาความปลอดภัยของข้อมูล และความจำเป็นในการพัฒนาทักษะดิจิทัลของบุคลากรในระบบยุติธรรม</p> <p>การศึกษานี้เสนอแนะแนวทางการพัฒนาระบบยุติธรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่สมดุลระหว่างประสิทธิภาพทางเทคโนโลยีกับการคุ้มครองสิทธิของประชาชน</p> กฤษฎา ดลปัญญา, ธงพล พรหมสาขา ณ สกลนคร ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการบริหารงานยุติธรรม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/2930 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 มาตรการส่งเสริมความปลอดภัยจากการใช้ยานพาหนะของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกรณีศึกษาอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/2940 <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและปัจจัยที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุจากการใช้ยานพาหนะของนักท่องเที่ยวในอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี 2) ศึกษากฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยจากการใช้ยานพาหนะของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และ 3) เพื่อเสนอแนะมาตรการและแนวทางในการส่งเสริมความปลอดภัยจากการใช้ยานพาหนะของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ วิธีดำเนินการวิจัยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการวิเคราะห์เอกสาร วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า 1) สาเหตุหลักของอุบัติเหตุ ได้แก่ การขาดความรู้กฎจราจรไทย การไม่มีใบอนุญาตขับขี่สากล การขาดประสบการณ์ขับขี่รถจักรยานยนต์ และความไม่เข้มงวดของผู้ประกอบการในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้เช่า 2) การบังคับใช้พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ไม่ครอบคลุมการตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่สากลของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้ผู้ประกอบการเช่ารถไม่สามารถตรวจสอบการขับขี่มอเตอร์ไซค์ ส่งผลให้อุบัติเหตุจากขาดความรู้กฎจราจรไทย นอกจากนี้ พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 ขาดกลไกบังคับใช้ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น บทลงโทษในกฎหมายดังกล่าว เช่น ค่าปรับตามมาตรา 42-43 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 ไม่รุนแรงพอต่อผู้ประกอบการที่ละเลยการตรวจสอบ ส่งผลให้ไม่เกิดการป้องปราม และขาดบทลงโทษสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต 3) มาตรการที่เหมาะสมควรประกอบด้วยมาตรการทางกฎหมาย การพัฒนาระบบใบอนุญาตขับขี่ชั่วคราว การเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ</p> <p>ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1) พัฒนาระบบการออกใบอนุญาตขับขี่ชั่วคราวสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีการทดสอบความรู้กฎจราจรโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2) กำหนดมาตรฐานและความรับผิดชอบของผู้ประกอบการอย่างชัดเจน 3) จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือทางกฎหมายเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และ 4) พัฒนาระบบประกันภัยที่ครอบคลุม</p> เบญจมาภรณ์ ทิพย์มาก , นิรมล ยินดี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการบริหารงานยุติธรรม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/2940 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 สารบัญ https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/3103 <p>-</p> รุ่งฤทัย เต็มไป ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/3103 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนาระบบความยุติธรรมสมานฉันท์เพื่อแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/2931 <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและการพัฒนาระบบความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์เพื่อแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว 2) ศึกษากฎหมายและการนำความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาใช้ในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวของประเทศไทยและต่างประเทศ 3) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนากลไกทางกฎหมายในการนำความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาปรับใช้กับปัญหาความรุนแรงในครอบครัว เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ ด้วยการศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากหนังสือ ตำรา บทความ วิชาการ งานวิจัยและเอกสาร โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์ สังเคราะห์และใช้วิธีเรียบเรียงแบบพรรณนาความ เพื่อวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาระบบความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในบริบทของปัญหาความรุนแรงในครอบครัวในประเทศไทย โดยพิจารณาถึงความเหมาะสม ประสิทธิภาพ และข้อจำกัดของการนำแนวคิดนี้มาปรับใช้ รวมถึงการเสนอแนวทางการพัฒนากลไกทางกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องต่อไป</p> <p> ผลการศึกษาพบว่า 1) กระบวนการการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวยังไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้เสียหายและครอบครัวอย่างแท้จริง เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำความผิดและผู้เสียหายมีลักษณะพิเศษ การนำแนวคิดความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาปรับใช้จึงอาจเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งที่เหมาะสมในการจัดการกับปัญหาความรุนแรงในครอบครัว 2) ประเทศไทยปัญหาความรุนแรงในครอบครัวจึงได้มีการตราพระบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ซึ่งมีวิธีการในการดำเนินคดีต่างหาก โดยบังคับใช้เป็นกระบวนวิธีพิจารณาคดีแตกต่างจากคดีทั่วไป เนื่องจากความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างผู้กระทำความผิดกับผู้เสียหายที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกันในครอบครัว โดยหวังให้ผู้กระทำผิดกลับตัวและยับยั้งการกระทำผิดซ้ำ รวมถึงเพื่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลในครอบครัว อย่างไรก็ตาม แม้จะมีกฎหมายออกมาใช้บังคับและให้ความคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง แต่ก็ไม่อาจแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้หมดสิ้นไปจากสังคมได้ ยังคงมีผู้ที่กระทำและถูกกระทำด้วยความรุนแรงอยู่อีกมาก ซึ่งแตกต่างจากกฎหมายต่างประเทศ อาทิ ประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศส มีการกำหนดเรื่องกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาฝรั่งเศส โดยมีการกำหนดมาตรการในการเบี่ยงเบนไว้ 2 มาตรการ ได้แก่ การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว</p> <p>ผู้ศึกษาจึงมีข้อเสนอแนะในการพัฒนาระบบความยุติธรรมสมานฉันท์เพื่อแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ดังนี้ ข้อเสนอแนะเชิงกฎหมาย (1) ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ควรมีการกำหนดกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในคดีความรุนแรงในครอบครัวให้จัดให้มีกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในคดีความรุนแรงในครอบครัว เพื่อส่งเสริมการระงับข้อพิพาท การเยียวยาผู้เสียหาย และการฟื้นฟูความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ทั้งนี้ ต้องกระทำโดยสมัครใจของคู่กรณีและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานของรัฐที่ได้รับมอบหมาย ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (1) จัดตั้ง “ศูนย์ยุติธรรมสมานฉันท์ชุมชน” ภายใต้สำนักงานอัยการสูงสุด (2) เพิ่มกลไกคุ้มครองผู้เสียหาย และการติดตามหลังสมานฉันท์ (3) พัฒนาหลักสูตรอบรมผู้ปฏิบัติในกระบวนการสมานฉันท์ (4) กำหนดกลไกติดตามและประเมินผลในเชิงระบบ</p> ศรวิษฐ์ เกื้อรักษ์, นิรมล ยินดี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการบริหารงานยุติธรรม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/2931 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 คำแนะนำสำหรับผู้เขียน https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/3104 <p>-</p> อัคคกร ไชยพงษ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/3104 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 เขมรล้านศพ https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/2922 <p>-</p> จุฬา เจริญวงค์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการบริหารงานยุติธรรม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/2922 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 ปกหลังวารสาร https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/3105 <p>-</p> อัคคกร ไชยพงษ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/3105 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 ส่วนหน้าวารสาร https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/3101 <p>-</p> รุ่งฤทัย เต็มไป ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/3101 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 หน้าปกวารสาร https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/3106 <p>-</p> อัคคกร ไชยพงษ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/JISSJA/article/view/3106 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700