การพัฒนาความสามารถการอ่านเพื่อความเข้าใจ โดยการจัดการเรียนรู้ แบบดีอาร์-ทีเอ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
คำสำคัญ:
การเรียนรู้แบบดีอาร์-ทีเอ, การอ่านเพื่อความเข้าใจ, ภาษาไทยบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้แบบดีอาร์-ทีเอ เรื่องการอ่านเพื่อความเข้าใจ 2) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้แบบดีอาร์-ทีเอเรื่องการอ่านเพื่อความเข้าใจ และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านนาคอกควาย จำนวน 1 ห้อง มีนักเรียนจำนวน 14 คน กำลังศึกษาอยู่ภาคเรียนที่ 2 โดยใช้วิธีเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัยมี 4 ชนิด ดังนี้ 1) แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องการอ่านเพื่อความเข้าใจ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบดีอาร์-ทีเอ จำนวน 4 แผน 2) แบบทดสอบก่อนเรียนเรื่องการอ่านเพื่อความเข้าใจ จำนวน 40 ข้อ 3) แบบทดสอบหลังเรียนเรื่องการอ่านเพื่อความเข้าใจ จำนวน 40 ข้อ และ 4) แบบประเมินความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้เรื่องการอ่านเพื่อความเข้าใจโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบดีอาร์-ทีเอ จำนวน 1 ชุด
ผลการวิจัยพบว่า 1) การพัฒนาความสามารถการอ่านเพื่อความเข้าใจโดยการจัดการเรียนรู้แบบดีอาร์-ทีเอ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.18/84.97 2) ความสามารถด้านความรู้เรื่องการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และ 3) ความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้การอ่านเพื่อความเข้าใจโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบดีอาร์- ทีเอ อยู่ในระดับมาก
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
จารุวรรณ คำบุญเรือง. (2565). การพัฒนาแผนการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ด้วยการสอนอ่านแบบ DR-TA. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ชลดา นันทะน้อย, และประภาษ เพ็งพุ่ม. (2563). การใช้เกมคำศัพท์ร่วมกับการสอนการอ่านแบบ DR-TA เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวรรณคดีเรื่อง โคลงโลกนิติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ดาวอุทัย ไชยพรม. (2560). การอ่านเบื้องต้นและการสะกดคำ. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ธนาวรรณ ประจุดทะศรี. (2560). การอ่านเพื่อความเข้าใจและกระบวนการคิด. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
พรพรรณ พูลเขาล้าน. (2563). การพัฒนาความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ร่วมกับเทคนิค SQ4R ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ภณิตา พงศ์วัชร์. (2559). ความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจ. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
วนิดา โพธิ์รัง. (2561). การพัฒนาแบบฝึกการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาไทยโดยใช้เทคนิคแผนผังความคิดสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
วรรณธิมา ศรีรัตนพันธ์. (2562). ผลการใช้วิธีสอนอ่านแบบ DR-TA ร่วมกับนิทานพื้นบ้านจังหวัดตรังที่มีต่อความสามารถในการอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 3. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต).ปัตตานี: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
สมบัติ ท้ายเรือคำ. (2552). การวัดและประเมินผลการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สุวีริยาสาส์น.
สมบัติ ท้ายเรือคำ. (2553). สถิติสำหรับการวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สุวีริยาสาส์น.
สิตรา ศรีเหรา. (2560). การพัฒนาการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้กิจกรรมการอ่านแบบกว้างขวาง. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สุพัตรา วงค์เจริญ, ชัยวัฒน์ สุภัควรกุล, และ สุรกานต์ จังหาร. (2566). การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ DR-TA. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
เอกลักษณ์ เทพวิจิตร. (2558). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การอ่านจับใจความของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 ด้วยวิธีการสอนอ่านแบบ DR-TA. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนวัตกรรมการบริหารและการจัดการศึกษา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.