รูปแบบการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารสร้างสรรค์จังหวัดภูเก็ตหลังสถานการณ์โควิด-19 ด้วยกลยุทธ์ 4A
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.สร้างและศึกษาคุณภาพของรูปแบบการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารสร้างสรรค์จังหวัดภูเก็ต หลังสถานการณ์โควิด -19 ด้วยกลยุทธ์ 4A 2..เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ประกอบการด้านอาหารต่อรูปแบบการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารสร้างสรรค์จังหวัดภูเก็ตหลัง สถานการณ์โควิด-19 ด้วยกลยุทธ์ 4A โดยเป็นการวิจัยแบบผสมผสานประกอบด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงสำรวจ ใช้เครื่องมือจำนวน 2 ฉบับ คือแบบประเมินคุณภาพสำหรับผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน และ แบบสอบถามความพึงพอใจสำหรับกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ประกอบการร้านอาหาร จำนวน 30 คน ที่เลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง ดำเนินการระหว่างเดือนมิถุนายน 2564 – เมษายน 2565 และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย ค่าดัชนีความสอดคล้อง ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลที่ได้จากการวิจัยพบว่า ผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วยกับคุณภาพของรูปแบบการท่องเที่ยวอาหารเชิงสร้างสรรค์ (Gastronomy) จังหวัดภูเก็ต หลังสถานการณ์โควิด-19 ด้วยกลยุทธ์ 4A ที่ ระดับ IOC=0.917 และความพึงพอใจของ ผู้ประกอบการต่อรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงอาหารสร้างสรรค์ จังหวัดภูเก็ต หลังสถานการณ์โควิด-19 ในระดับมากที่สุด (x̅ = 4.79, S.D. = 0.400) ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ด้วยกล ยุทธ์ 4A สามารถนำรูปแบบนี้ไปปรับใช้กับในร้านอาหารต่างๆ โดยแต่ละประเภทอาจปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ หรือเลือกใช้ เฉพาะบางส่วนที่เหมาะสมกับร้านอาหารในการทำการตลาดของร้านอาหาร
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
เทศบาลนครภูเก็ต. (2558). [ออนไลน์]. นครภูเก็ตได้รับประกาศเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารของยูเนสโก. [สืบค้นเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564]. จาก https://www.phuketcity.go.th/news/detail/1701
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน). (2559). Gastronomy Tourism การท่องเที่ยวเชิงอาหาร. กรุงเทพมหานคร: โคคูน แอนด์ โค.
เสรี วงษ์มณฑา และชุษณะ เตชคณา. (2560). การตลาด 4.0 ในบริบทประเทศไทย 4.0. วารสารเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ. ปีที่ 8 ฉบับที่ 15. หน้าที่ 1-16.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), pp. 607-610.
Kottler, Philip. (1997). Analysis, Planning, Implementation and Control Marketing. 9th ed. New Jersey: A Simon and Schuster Company.
วิลาวัลย์ อ่อนวงษ์เปรม. (2561). กลยุทธ์การปรับตัวด้านการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้คุณค่าอาหารไทยดั้งเดิมของประเทศไทย. วิทยานิพนธ์. กรุงเทพมหานคร: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสยาม. อัดสำเนา.
วิมลรัตน์ บุญศรีรัตน์. (2561). แนวทางการจัดการมาตรฐานอาหารเพื่อการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต. วิทยานิพนธ์. กรุงเทพมหานคร: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. อัดสำเนา.
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม. (ม.ป.ป.-b). อาหารเมืองภูเก็ต. สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกฯ.
ศุภร เสรีรัตน์. (2544). พฤติกรรมผู้บริโภค. กรุงเทพมหานคร: ด่านสุทธาการพิมพ์.
นิธิยา เพชรหยอย. (2562). กลยุทธ์และการสร้างมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการร้านอาหารเพื่อสุขภาพ กรณีศึกษาร้านโพเมโล่โฮม. วิทยานิพนธ์. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยศิลปากร. อัดสำเนา.
McCarthy, E. Jerome and William D. Perreault, Jr. (1995). Essentials of Marketing. Illinois: Richard D. Irwin, Inc.
ณฐาพัชร์ วรพงศ์พัชร์, รุ่งทิวา ชูทอง, ศิริวัฒน์ เปลี่ยนบางยาง และเอกศิริ นิยมศิลปะ. (2563). แนวทางพัฒนาการตลาดดิจิทัลสำหรับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านโฉนด ชุมชนคลองโยง-ลานตากฟ้า จังหวัดนครปฐม. วารสารการบริหารนิติบุคคลและนวัตกรรมท้องถิ่น ปีที่ 6 ฉบับที่ 2. หน้า 115-127.