https://so11.tci-thaijo.org/index.php/AndamamJournal/issue/feed วารสารวิชาการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคใต้ 2 2025-11-25T14:24:54+07:00 ดร.จริยา เอียบสกุล research@veis2.ac.th Open Journal Systems <p><strong>วารสารวิชาการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคใต้ 2 </strong></p> <p><strong> ISSN 3088-1609 (<span style="font-size: 0.875rem;">Online) | ISSN 3088-1730 (Print)</span></strong></p> <p><strong>ระยะเวลาการเผยแพร่ </strong><strong>:</strong> วารสารราย 6 เดือน เผยแพร่ ปีละ 2 ฉบับ </p> <p>ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน </p> <p>ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม </p> <p><strong>นโยบายการจัดทำวารสารวิชาการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคใต้ </strong><strong>2</strong></p> <p>วารสารวิชาการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคใต้ 2 จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมการพัฒนาและยกระดับคุณภาพการศึกษาด้านอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต รวมถึงรองรับแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-Long Learning) โดยให้ความสำคัญกับการเฟ้นหาและให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา เพื่อเปิดโอกาสในการพัฒนาทักษะและศักยภาพที่เหมาะสม นอกจากนี้ วารสารยังมุ่งเน้นการปฏิรูประบบอาชีวศึกษาให้มีคุณภาพมาตรฐาน และสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ </p> https://so11.tci-thaijo.org/index.php/AndamamJournal/article/view/2988 การพัฒนาและหาประสิทธิภาพตัวล็อคเครื่องมือแพทย์แบบห่วงคู่ 2025-11-25T09:22:05+07:00 เบญจวรรณ อัศวบุญมี Benna01@gmail.com อมรรัตน์ แก้วช่วย Benna01@gmail.com สมชาย กระโหมวงศ์ Benna01@gmail.com จักรพันธ์ ใจเดิม Benna01@gmail.com ธนาวุฒิ พรมโสภา Benna01@gmail.com <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาตัวล็อคเครื่องมือแพทย์แบบห่วงคู่ 2) ทดสอบประสิทธิภาพของตัวล็อคเครื่องมือแพทย์แบบห่วงคู่ และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้งานที่มีต่อตัวล็อคเครื่องมือแพทย์แบบห่วงคู่ การดำเนินการ เริ่มจากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และกรอบแนวคิดในการพัฒนาตัวล็อคเครื่องมือแพทย์แบบห่วงคู่ &nbsp;สรุปและร่างตัวล็อคเครื่องมือแพทย์แบบห่วงคู่ &nbsp;จากนั้นสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล โดยปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัย ประกอบด้วย&nbsp; แบบสอบถามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องมือแพทย์&nbsp; แบบบันทึกการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพของตัวล็อคเครื่องมือแพทย์แบบห่วงคู่ และแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้งานที่มีต่อตัวล็อคเครื่องมือแพทย์แบบ&nbsp; ห่วงคู่ นำไปสอบถามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องมือแพทย์ จำนวน 5&nbsp; คน ที่คัดเลือกมาแบบเจาะจง เพื่อสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อตัวล็อคเครื่องมือแพทย์แบบห่วงคู่ ที่ร่างขึ้นปรับปรุงแก้ไขพัฒนาเป็นตัวล็อคเครื่องมือแพทย์แบบห่วงคู่ ทำการทดสอบประสิทธิภาพ และนำไปสอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้งานเครื่องมือแพทย์ของโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ที่มีต่อตัวล็อคเครื่องมือแพทย์แบบห่วงคู่ที่คัดเลือกมาแบบเจาะจง จำนวน 15 คน ผลการวิจัย พบว่า ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องมือแพทย์&nbsp; ที่มีต่อตัวล็อคเครื่องมือแพทย์แบบห่วงคู่ &nbsp;เฉลี่ยรวมอยู่ในระดับดีมาก&nbsp; ผลการทดสอบประสิทธิภาพตัวล็อคเครื่องมือแพทย์แบบห่วงคู่ที่ใช้ สเตนเลสชนิด 316L พบว่า ทนความร้อนได้ 200 องศาเชลเซียล สามารถใช้จัดเก็บเครื่องมือแพทย์ที่มีห่วงได้ 24 ชิ้น น้ำหนักรวม 1.5 กิโลกรัม ความพึงพอใจของผู้ใช้งานที่มีต่อตัวล็อคเครื่องมือแพทย์แบบห่วงคู่ เฉลี่ยรวมอยู่ในระดับดีมาก</p> 2025-11-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/AndamamJournal/article/view/2989 การศึกษาจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพ ที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ด้านบัญชีของนักบัญชีในฝั่งอันดามัน 2025-11-25T09:59:40+07:00 จารึก ศรีนาค jaruek@phuketvc.ac.th รุ่งฤดี สุวรรณโชติ jaruek@phuketvc.ac.th ศรายุทธ ธารอำมฤต jaruek@phuketvc.ac.th <p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพ ที่มีผลต่อประสิทธิภาพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ในการปฏิบัติงานด้านบัญชีของนักบัญชีในฝั่งอันดามัน การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยเก็บรวบรวมข้อมูล ใช้แบบสอบถามที่จากกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักบัญชีในฝั่งอันดามันจากประชากร จำนวน 149 คน กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างด้วยการเปิดตารางสำเร็จรูปของ Krejcie และ Morgan ได้จำนวน 109 ตัวอย่าง การวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา โดยการใช้ตารางแบบร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ผลการวิจัยพบว่า 1) ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 83 คน คิดเป็นร้อยละ 76.15 มีอายุระหว่าง 30 – 39 ปี จำนวน 59 คน คิดเป็นร้อยละ 54.13 มีระดับการศึกษาปริญญาตรี จำนวน 94 คน คิดเป็นร้อยละ 86.24 มีประสบการณ์การทำงานระหว่าง 7 – 10 ปี จำนวน 49 คน คิดเป็นร้อยละ 44.95 เป็นบริษัทจำกัด /บริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 54 คน คิดเป็นร้อยละ 49.54 2) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีโดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด คือ ความซื่อสัตย์สุจริต 3) ผลการวิเคราะห์ความคิดเห็นเกี่ยวกับการศึกษาจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพ ที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้านบัญชีของนักบัญชีในฝั่งอันดามัน อยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด คือ ด้านความน่าเชื่อถือ</p> 2025-11-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/AndamamJournal/article/view/2990 การพัฒนาต้นแบบระบบการผสานเทคโนโลยี RDBMS และ Blockchain 2025-11-25T10:05:04+07:00 รัชนาท หวนสิน wutkmuutt@gmail.com วุฒิวงศ์ เอียดศรีชาย wutkmuutt@gmail.com กันตพิชญ์ ใยเสถียร wutkmuutt@gmail.com ณัฐวุฒิ เพ็ชรประสม wutkmuutt@gmail.com ลักษมี เขาทอง wutkmuutt@gmail.com จรูญ สินบรรเทา wutkmuutt@gmail.com <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อการพัฒนาต้นแบบระบบการผสานเทคโนโลยี RDBMS และ Blockchain &nbsp;2) เพื่อทดสอบประสิทธิภาพต้นแบบระบบการผสานเทคโนโลยี RDBMS และ Blockchain &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การดำเนินการเริ่มจากพัฒนาระบบโดยใช้ Flask สำหรับการจัดการ Backend และสร้างส่วนต่อประสานโปรแกรมประยุกต์(Application program interface: API) สำหรับการเพิ่มและดึงข้อมูลบล็อกเชน โดยข้อมูลถูกจัดเก็บในระบบจัดการฐานข้อมูล MySQL พร้อมการบันทึกแฮชของข้อมูลเพื่อการตรวจสอบความถูกต้องและป้องกันการปลอมแปลง Angular Framework นำมาใช้ในการพัฒนาอินเทอร์เฟซผู้ใช้ จากนั้นทำการประเมินประสิทธิภาพโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน 5 คน</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า ประสิทธิภาพของต้นแบบระบบการผสานเทคโนโลยี RDBMS และ Blockchain ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญพบว่ามีคะแนนเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับดีมาก โดยรายการที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุดคือความสะดวกในการใช้งานต้นแบบ ประสิทธิภาพกาทำงานของระบบและความปลอดภัยของข้อมูลตามลำดับ ส่วนรายการที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ ความเหมาะสมของการออกแบบระบบ</p> 2025-11-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/AndamamJournal/article/view/2991 การสร้างและหาประสิทธิภาพชุดฝึก การคัดแยกชิ้นงานบนสายพานลำเลียงควบคุม ด้วยโปรแกรมเมเบิลคอนโทรลเลอร์ (PLC) 2025-11-25T10:17:42+07:00 ก้องภพ ฉุนเฉียว nathaphat2513@gmail.com เกียรติศักดิ์ ปานพูล nathaphat2513@gmail.com ปฏิพัทธ์ เพชรฤทธิ์ nathaphat2513@gmail.com ณัฐพัฒน์ แสนสุข nathaphat2513@gmail.com สุเมธ สุธีรพาณิชย์ nathaphat2513@gmail.com ธวัช เดชทับ nathaphat2513@gmail.com สุดารัตน์ แสนสุข nathaphat2513@gmail.com พิมพิกา ยอดดี nathaphat2513@gmail.com <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ​1) เพื่อสร้างชุดฝึกการคัดแยกชิ้นงานบนสายพานลำเลียงควบคุมด้วยโปรแกรมเมเบิลคอนโทรลเลอร์ (PLC) ​2) เพื่อหาคุณภาพของชุดฝึกการคัดแยกชิ้นงานบนสายพานลำเลียงควบคุมด้วยโปรแกรมเมเบิลคอนโทรลเลอร์ (PLC) ​3) เพื่อหาประสิทธิภาพของชุดฝึกการคัดแยกชิ้นงานบนสายพานลำเลียงควบคุมด้วยโปรแกรมเมเบิลคอนโทรลเลอร์ (PLC) 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้ชุดฝึกการคัดแยกชิ้นงานบนสายพานลำเลียงควบคุมด้วยโปรแกรมเมเบิลคอนโทรลเลอร์ (PLC) ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่นักศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีไฟฟ้า วิทยาลัยเทคนิคตรัง สถาบันอาชีวศึกษา ภาคใต้ 2 กลุ่มตัวอย่างนักศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีไฟฟ้า วิทยาลัยเทคนิคตรัง สถาบันอาชีวศึกษา ภาคใต้ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 10 ท่าน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย&nbsp; คือ แบบสอบถาม (Questionnaire) เพื่อใช้ในการประเมินคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความพึงพอใจของผู้ใช้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ สถิติพื้นฐาน และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า ผลการประเมินคุณภาพของชุดฝึกโดยผู้เชี่ยวชาญ ที่ค่าเฉลี่ย 4.56 ซึ่งมีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด ประสิทธิภาพของชุดฝึกอยู่ในเกณฑ์ร้อยละ 100 ซึ่งอยู่ในระดับประสิทธิภาพดีมาก ความพึงพอใจของผู้ใช้งานต่อชุดฝึกที่ค่าเฉลี่ย 4.55 ซึ่งอยู่ในระดับมากที่สุด</p> 2025-11-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/AndamamJournal/article/view/2992 การพัฒนาชุดการสอนสำหรับกิจกรรมการเรียนรู้แบบ PQ-ADAPP 2025-11-25T11:08:53+07:00 สุเกษม เกียรติไพบูลย์ sukasemk@gmail.com <p>การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาชุดการสอนสำหรับกิจกรรมการเรียนรู้แบบ PQ-ADAPP วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร รหัสวิชา 20104-2102 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 &nbsp;&nbsp;&nbsp;2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ชุดการสอนสำหรับกิจกรรมการเรียนรู้แบบ PQ-ADAPP วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร รหัสวิชา 20104-2102 3) หาดัชนีประสิทธิผลของชุดการสอนสำหรับกิจกรรมการเรียนรู้แบบ PQ-ADAPP วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร รหัสวิชา 20104-2102 มีค่าประสิทธิผลสูงกว่า 0.50 และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดการสอนสำหรับกิจกรรมการเรียนรู้แบบ PQ-ADAPP วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร รหัสวิชา 20104-2102 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้เรียนระดับชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 26 คน ได้จากการเลือกแบบเจาะจง และเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย ชุดการสอน แผนการจัดการเรียนรู้ แบบประเมินคุณภาพ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบสอบถามความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูลหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมุติฐานของการวิจัยด้วย t-test ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดการสอนสำหรับกิจกรรมการเรียนรู้แบบ PQ-ADAPP วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร รหัสวิชา 20104-2102 มีผลการประเมินคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด และมีประสิทธิภาพโดยภาพรวม 80.45/81.54 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนที่เรียนโดยใช้ชุดการสอนสำหรับกิจกรรมการเรียนรู้แบบ PQ-ADAPP วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร รหัสวิชา 20104-2102 มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 3) ดัชนีประสิทธิผลของชุดการสอนสำหรับกิจกรรมการเรียนรู้แบบ PQ-ADAPP วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร รหัสวิชา 20104-2102 ได้เท่ากับ 0.7055 และมีความก้าวหน้าทางการเรียน คิดเป็นร้อยละ 70.55 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 0.50 4) ความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดการสอนสำหรับกิจกรรมการเรียนรู้แบบ PQ-ADAPP วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร รหัสวิชา 20104-2102 โดยภาพรวมมีอยู่ในระดับมาก</p> 2025-11-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/AndamamJournal/article/view/2993 พฤติกรรมผู้บริโภคในการเลือกใช้บริการร้านคาเฟ่ ในอำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ 2025-11-25T11:13:29+07:00 รุ่งทิวา สลากัน rung.aod@gmail.com ขนิษฐา นิ่งน้อย rung.aod@gmail.com ชื่นนภา ชุติพงษ์ rung.aod@gmail.com อรัญญา แสงโชติ rung.aod@gmail.com พิชญ์นาฎ พานิชเพิ่มพงษ์ rung.aod@gmail.com <p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคในการเลือกใช้บริการร้านคาเฟ่ ในอำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม จากผู้บริโภคที่มาใช้บริการร้านคาเฟ่ในอำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์จำนวน 400 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน &nbsp;ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 25 - 29 ปี สถานภาพโสด การศึกษาระดับปริญญาตรี และประกอบอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน รายได้ 10,001-25,000 บาท ผลการศึกษาในภาพรวมของพฤติกรรมผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า เมนูเครื่องดื่มที่ซื้อบ่อยที่สุด คือ คาปูชิโน่ นิยมบริโภคเครื่องดื่มเย็น ระดับความหวาน 75% ผู้มีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อสินค้าและใช้บริการ คือ เพื่อน ช่วงเวลาการใช้บริการร้านคาเฟ่ คือ 12.01 - 18.00 น. ความถี่ในการซื้อสินค้าและใช้บริการ คือสัปดาห์ละ 2 3 ครั้ง ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้ง 51 – 100 บาท วิธีชำระค่าสินค้าโดยแสกน QR Code ช่องทางในการซื้อสินค้าและใช้บริการ คือ ซื้อจากหน้าร้าน โดยมีความพึงพอใจจากการใช้บริการในระดับมาก ผลการศึกษาปัจจัยส่วนประสมการตลาดบริการที่มีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในการเลือกใช้บริการร้านคาเฟ่ในอำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ พบว่าความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถาม มีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีความคิดเห็นสูงสุด 3 ลำดับแรก คือ ด้านผลิตภัณฑ์ &nbsp;ด้านกระบวนการให้บริการ ด้านลักษณะทางกายภาพ และด้านการส่งเสริมการตลาด มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด</p> 2025-11-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/AndamamJournal/article/view/2994 การออกแบบและพัฒนาระบบขายสินค้าโดยใช้โปรแกรม Access กรณีศึกษา : ร้านค้าชุมชน บ้านโนนสะอาด ตำบลไทยเจริญ อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา 2025-11-25T11:27:45+07:00 สุภาพร แจ่มศรี Supaporn.j@nvc-korat.com อาทิตยานันท์ ยุระยาตร์ Supaporn.j@nvc-korat.com สาริณีย์ เบี่ยงกลาง Supaporn.j@nvc-korat.com เขมวดี คงหมื่นไวย Supaporn.j@nvc-korat.com นุชนารถ อินทรโคกสูง Supaporn.j@nvc-korat.com <p>การออกแบบและพัฒนาระบบขายสินค้าโดยใช้โปรแกรม Access กรณีศึกษา : ร้านค้าชุมชน บ้านโนนสะอาด ตำบลไทยเจริญ อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา&nbsp; ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อวิเคราะห์และออกแบบระบบขายสินค้าร้านค้าชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกิจการ ศึกษาเพื่อพัฒนาระบบการขายสินค้าร้านค้าชุมชน กลุ่มตัวอย่าง ร้านค้าชุมชนบ้านโนนสะอาด ตำบลไทยเจริญ&nbsp;&nbsp; อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 7 แห่ง โดยเลือกวิธีแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่แบบสอบถาม เพื่อใช้ประเมินประสิทธิภาพระบบงานที่พัฒนาขึ้น สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าร้อยละและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่าประสิทธิภาพการใช้งานระบบ ผู้ใช้ระบบได้ประเมินประสิทธิภาพระบบ&nbsp; ในด้านการจัดการข้อมูลพื้นฐานอยู่ในระดับปานกลาง ด้านการรับเข้าสินค้าอยู่ในระดับปานกลาง ด้านการจัดการขายอยู่ในระดับปานกลาง ด้านการออกรายงานอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้ระบบการทำงานที่ง่าย มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ลดการทำงานที่ซับซ้อน ลดความผิดพลาดในการคิดราคาสินค้า ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจากการประเมินประสิทธิภาพการทำงานต่อระบบขายสินค้า มีความคิดเห็นต่อระบบด้าน การจัดการข้อมูลพื้นฐาน มีระบบการจัดการสินค้าคงเหลือ ซึ่งสามารถแก้ปัญหาเดิมของร้านซึ่งมีการจัดเก็บข้อมูลด้วยการจดบันทึกลงกระดาษ ไม่มีการจัดเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ซึ่งการนำระบบที่ออกแบบและพัฒนามาใช้ช่วยลดความผิดพลาดในการตรวจสอบสต๊อกสินค้า ตรวจสอบยอดขาย และทำให้การขายสินค้ารวดเร็วมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้การทำงานมีความง่ายและมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น</p> 2025-11-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/AndamamJournal/article/view/2995 ไส้กรอกปลาทูน่าข้าวพื้นเมืองรสทอดมันภูเก็ต 2025-11-25T11:35:09+07:00 ศศิประภา บัวฉาย Phacharawada.j@gmail.com อนันธิตา คนึงคิด Phacharawada.j@gmail.com เกรียงไกร ตันสม Phacharawada.j@gmail.com พัชราวดี จงไกรจักร Phacharawada.j@gmail.com อมร เปล้าคูหา Phacharawada.j@gmail.com อดิศร ถนิมภรณ์ Phacharawada.j@gmail.com สุภาวดี ไชยกาล Phacharawada.j@gmail.com <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้เพื่อศึกษากระบวนการผลิตทอดมันภูเก็ต เพื่อศึกษาอัตราส่วน ที่เหมาะของเนื้อปลาทูน่าและข้าวพื้นเมืองในการผลิตไส้กรอกปลาทูน่าข้าวพื้นเมือง รสทอดมันภูเก็ต เพื่อศึกษาความพึงพอใจผลิตภัณฑ์ไส้กรอกปลาทูน่าข้าวพื้นเมืองรสทอดมันภูเก็ต เตาร้อนที่ผู้บริโภคยอมรับ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียน นักศึกษา บุคลากรวิทยาลัยเทคนิคถลาง และประชาชนชุมชนไม้ขาว ชุมชนสาคู เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่แบบประเมินทางประสาทสัมผัส และแบบประเมินความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในงานวิจัย คือค่าเฉลี่ย ผลการวิจัยมีดังนี้ 1)จากการ ศึกษากระบวนการผลิตทอดมันภูเก็ต ผู้ชิมให้การยอมรับ ด้านลักษณะปรากฏ สี กลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัส และความชอบโดยรวม มีคะแนนเฉลี่ยคือ 8 .20 8 .18 8 .66 8 .74 8 .20 และ8 .82 ตามลำดับ ซึ่งลักษณะทอดมันมีรสชาติกลมกล่อม หอมเครื่องสมุนไพร เนื้อนุ่มทำให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค 2) จากการศึกษา อัตราส่วนที่เหมาะของเนื้อปลาทูน่าและข้าวพื้นเมืองในการผลิตไส้กรอกปลาทูน่าข้าวพื้นเมืองรสทอดมันภูเก็ตผู้ชิมให้การยอมรับ สูตรที่ 2 ทุก ด้าน คือด้าน ลักษณะปรากฏ สี กลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัสและความชอบโดยรวม มีคะแนนเฉลี่ยคือ 7 .20 8.18 21 8. 50 7 .20 และ 20 ตามลำดับ โดย ลักษณะไส้กรอกปลาทูน่าข้าวพื้นเมืองรสทอดมันภูเก็ตมีรสชาติกลมกล่อม หอมเครื่องสมุนไพร เนื้อ แน่น ลักษณะเนื้อสัมผัสคล้ายไส้กรอกอีสาน ทำให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค 3)จากการ ศึกษาความพึงพอใจผลิตภัณฑ์ไส้กรอกปลาทูน่าข้าวพื้นเมืองรสทอดมันภูเก็ตเตาร้อน ผู้บริโภคให้ความพึงพอใจการทดลองใช้ อยู่ที่ระดับคะแนน 8.20 อยู่ในระดับความชอบมาก ซึ่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทอดมันภูเก็ตในรูปแบบใหม่ &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นการนำผักในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต โดยการนำปลาทูน่ามาเป็นส่วนผสมหลัก เนื่องจากปลาทูน่าเป็น 10 เสาหลักด้านเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต</p> 2025-11-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/AndamamJournal/article/view/2998 การพัฒนาระบบฟาร์มไฮโดรโปรนิกส์ 2025-11-25T13:40:50+07:00 สุภาวดี ธรรมดี praeelectronics@gmail.com อนุสิทธิ์ กรงแก้ว praeelectronics@gmail.com อมรรัตน์ แก้วช่วย praeelectronics@gmail.com <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาระบบฟาร์มไฮโดรโปรนิกส์ 2) ทดสอบประสิทธิภาพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ของระบบฟาร์มไฮโดรโปรนิกส์ และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้งานที่มีต่อระบบฟาร์มไฮโดรโปรนิกส์ การวิจัยครั้งนี้ มีวิธีการดำเนินการ ดังนี้ เริ่มจากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และกรอบแนวคิดในการพัฒนาระบบฟาร์มไฮโดรโปรนิกส์ สรุปและร่างระบบฟาร์มไฮโดรโปรนิกส์ จากนั้นสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล โดยปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร แบบบันทึกการทดสอบประสิทธิภาพของระบบฟาร์มไฮโดรโปรนิกส์ และแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้งานที่มีต่อระบบฟาร์มไฮโดรโปรนิกส์ นำไปสอบถามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรสมัยใหม่ จำนวน 5&nbsp; คน ที่เลือกมาแบบเจาะจง เพื่อสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อระบบฟาร์มไฮโดรโปรนิกส์ ที่ร่างขึ้น ปรับปรุงแก้ไขพัฒนาเป็นระบบฟาร์มไฮโดรโปรนิกส์ ทำการทดสอบประสิทธิภาพ และนำไปสอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้งานซึ่งเป็นเกษตรกรทำฟาร์มไฮโดรโปรนิกส์ &nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่มีต่อตัวฟาร์มไฮโดรโปรนิกส์ จำนวน 15 คน ผลการวิจัย พบว่า ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อระบบฟาร์มไฮโดรโปรนิกส์ เห็นด้วยมากที่สุด คือ ด้านการเลือกใช้วัสดุ ที่เหมาะสม และด้านความปลอดภัยในการใช้งาน ทั้งนี้ เพราะระบบฟาร์มไฮโดรโปรนิกส์ ใช้เหล็ก ซึ่งเป็นวัสดุ ที่เหมาะสม แข็งแรง ผลการทดสอบประสิทธิภาพระบบฟาร์มไฮโดรโปรนิกส์&nbsp;&nbsp; สามารถส่งค่าคุณภาพน้ำไปยังแอปพลิเคชัน การแจ้งเตือนเมื่อฝนตก และการเปิด - ปิด ม่านตามสถานะฝน &nbsp;ได้ สูงกว่าเป้าหมาย และผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้งานที่มีต่อระบบฟาร์มไฮโดรโปรนิกส์ เกษตรที่ปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ ความพึงพอใจมากที่สุด กับด้านช่วยลดขั้นตอนในการทำงาน เพราะว่า ระบบฟาร์มไฮโดรโปรนิกส์ แจ้งค่าคุณภาพน้ำได้เลยไม่ต้องเข้าไปตรวจสอบด้วยตนเอง มีประโยชน์สามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่เชิงพาณิชย์ได้ และสะดวกต่อการใช้งาน ตามลำดับ ทั้งนี้เพราะติดตั้งระบบตามรูปแบบของแปลงผักได้</p> 2025-11-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/AndamamJournal/article/view/2999 การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาสมรรถนะสูงตามมาตรฐานอาชีพ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ 2025-11-25T13:49:29+07:00 สุรินทร์ บุญสนอง surin15@hotmail.com <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาสมรรถนะสูงตามมาตรฐานอาชีพ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ และศึกษาความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องต่อรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาสมรรถนะสูงตามมาตรฐานอาชีพ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ โดยผลที่ได้จากการวิจัยจะนำมาใช้ในการบริหารจัดการเพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษา การพัฒนาการเรียนการสอนและสนับสนุนผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ด้านวิชาชีพที่เน้นสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพของสถานศึกษา การดำเนินการวิจัยเริ่มต้นจากศึกษาวิเคราะห์ระบบนิเวศและการบริหารจัดการของสถานศึกษาอาชีวศึกษา ในปัจจุบัน จากนั้นจึงสังเคราะห์รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาสมรรถนะสูงตามมาตรฐานอาชีพ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการโดยรูปแบบฯที่ได้ให้ผู้บริหารสถานศึกษา ดำเนินการบริหารจัดการ ดังต่อไปนี้ (1)&nbsp; ด้านการบริหารจัดการห้องเรียนทฤษฎี (2) ด้านการบริหารจัดการโรงฝึกงานและห้องปฏิบัติการ (3) ด้านการบริหารจัดการของสถานประกอบการ ผู้วิจัยสร้างแบบสอบถามคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องต่อรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาสมรรถนะสูงตามมาตรฐานอาชีพ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ เป็นแบบประมาณค่า 5 ระดับและเก็บรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากผู้เกี่ยวข้องจากสถานศึกษา 5 และสถานประกอบการ 5 แห่งรวม 31 ท่าน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการสถานศึกษา หัวหน้างานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน หัวหน้าแผนกวิชา ผู้จัดการศูนย์บริการ และครูฝึกในสถาน โดยผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเองแล้วนำแบบสอบถามมาตรวจสอบความสมบูรณ์และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ยและสถิติค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า ผู้เกี่ยวข้อง เห็นด้วยอย่างยิ่ง ต่อรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาสมรรถนะสูงตามมาตรฐานอาชีพ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ และองค์ประกอบตามรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาสมรรถนะสูงตามมาตรฐานอาชีพ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ จึงสรุปได้ว่า รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาสมรรถนะสูงตามมาตรฐานอาชีพ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการสถานศึกษาอาชีวศึกษาได้</p> 2025-11-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025