รูปแบบการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวสูงอายุหลังสถานการณ์โควิด 19
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยที่เกื้อหนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวสูงอายุหลังสถานการณ์โควิด 19 และ 2) พัฒนารูปแบบการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวสูงอายุหลังสถานการณ์โควิด 19 การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ ประชากรและกลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการท่องเที่ยวในภาครัฐ ภาคประกอบการ นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิและนักท่องเที่ยวสูงอายุในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างตามระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง ในส่วนการวิจัยเชิงปริมาณใช้กลุ่มตัวอย่าง 100 คน กำหนดด้วยวิธีการคำนวณของทาโร่ ยามาเน่ ที่ระดับความคลาดเคลื่อนร้อยละ 10 ทำการสุ่มโดยใช้แบบบังเอิญร่วมกับการสุ่มตัวอย่างแบบโควต้า เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง แบบประเมินความพึงพอใจ และประเด็นคำถามในการสนทนากลุ่ม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีการสนทนากลุ่ม การวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและการคำนวณทางสถิติด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป สถิติที่ใช้ในการวิจัยเป็นค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยเกื้อหนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวสูงอายุ หลังสถานการณ์โควิด 19 ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูการท่องเที่ยว มุมมองการตลาด ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดและการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศในรูปแบบต่าง ๆ 2) รูปแบบการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวสูงอายุหลังสถานการณ์โควิด 19 ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวสูงอายุ (5R) มุมมองการตลาด 4C’s ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด 7P’s และการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศในรูปแบบต่าง ๆ (10Go)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้. (องค์การมหาชน). (2559). [ออนไลน์]. Aging Society ก้าวสู่สังคมสูงวัย ไอเดียดี โอกาสมา. [สืบค้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2564]. จาก https://www.okmd.or.th/okmd-opportunity/aging-society/260/
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2560). [ออนไลน์]. การสำรวจประชากรสูงอายุ. [สืบค้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2564]. จาก https://nsodw.nso.go.th/dwportal/Item.aspx?p=+ssaDsQv4TQFrLJCEbyvEQ==.
นรินทร์ ส่งชูชีพ. (2559). รูปแบบและพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่ไร้ความเร่งรีบของนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุในภูมิภาคตะวันตก. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ปีที่ 36 ฉบับที่ 2. หน้า 1-19.
สมยศ วัฒนากมลชัย และเยาวลักษณ์ ยิ้มอ่อน. (2557). นักท่องเที่ยวสูงอายุกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพสำหรับธุรกิจการท่องเที่ยว. วารสารปัญญาภิวัฒน์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2. หน้า 95-103.
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.). (2564). [ออนไลน์]. แนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศหลังวิกฤติการณ์โควิด-19. [สืบค้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2564]. จาก https://www.nxpo.or.th/th/4815/
Greed is goods. (2560). [ออนไลน์]. Marketingmix 7Ps. [สืบค้นวันที่ 8 ธันวาคม 2564]. จาก https://greedisgoods.com/7p%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD/
Creta ex house. (2560). [ออนไลน์]. หลัก 4Cs มองการตลาดมุมใหม่. [สืบค้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2564]. จาก https://www.createxhouse.com/หลัก-4cs-มองการตลาดมุมใหม่/
พระชัยภัค ชยเมธี. (2564). นโยบายทางการเมืองในการส่งเสริมการท่องเที่ยวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรอบบึงแก่นนคร จังหวัดขอนแก่น. วิทยานิพนธ์, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น.
ธีรี ตีระจินดา. (2555). การส่งเสริมการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุตลาดญี่ปุ่นสู่ประเทศไทย. วิทยานิพนธ์ (วท.ม.). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชัชพล ทรงสุนทรวงศ์. (2563). โมเดลคุณค่าประสบการณ์การท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุชาวไทย. วารสารอิเล็กทรอนิกส์การเรียนรู้ทางไกลเชิงนวัตกรรม. ปีที่ 10 ฉบับที่ 2. หน้า 189-207.
ลัดดา ศรีอัมพรเอกกุล. (2561). การท่องเที่ยวคุณภาพเพื่อนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ. บทความวิชาการ วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์. ปีที่ 4 ฉบับที่ 1. หน้า 12-28.