การสังเคราะห์องค์ประกอบและตัวชี้วัดสมรรถนะ ด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาในเขตภาคเหนือ

Main Article Content

ชมนาด พรมมิจิตร
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศักดา สวาทะนันทน์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นทัต อัศภาภรณ์

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์องค์ประกอบและตัวชี้วัดสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ เชิงรุกของครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาในเขตภาคเหนือ วิธีดำเนินการวิจัยใช้การสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 11 ราย ซึ่งได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบาย ผู้บริหารการศึกษา ศึกษานิเทศก์ จำนวน 7 ราย อาจารย์มหาวิทยาลัยที่ทำหน้าที่อาจารย์นิเทศนักศึกษาที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู จำนวน 2 ราย และผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 2 ราย เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยแบบวิเคราะห์เอกสารและแบบสัมภาษณ์กึ่งมีโครงสร้าง โดยผู้วิจัยได้ดำเนินการศึกษาและสังเคราะห์จากกรอบแนวคิดสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ 1) กรอบมาตรฐานวิชาชีพครูระดับโลก (Global Framework of Professional Teaching Standards) 2) กรอบสมรรถนะครูเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA-TCF) 3) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 4) ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 และ 5) แนวทางการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะตาม ว.PA ผลการวิจัยพบว่า สมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกประกอบด้วย 7 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ออกแบบการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ 2) จัดกระบวนการเรียนรู้เชิงรุก 3) ใช้สื่อ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้   4) ส่งเสริมบรรยากาศการเรียนรู้ร่วมกัน 5) สะท้อนผลและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ 6) ปรับการเรียนรู้ตามศักยภาพรายบุคคล และ 7) วัดและประเมินสมรรถนะเพื่อพัฒนา ซึ่งมีตัวชี้วัดทั้งสิ้น 21 ตัวชี้วัด องค์ประกอบสมรรถนะที่ได้มีความสอดคล้อง เหมาะสม และสามารถนำไปใช้ได้จริง โดยมีจุดเด่นที่สำคัญ คือ ความครอบคลุมของกระบวนการการจัดการเรียนรู้ ตั้งแต่ก่อน ระหว่าง และหลังการสอน ความเป็นระบบและเชื่อมโยงกันของแต่ละองค์ประกอบ ความสอดคล้องกับทฤษฎีการศึกษาสมัยใหม่และความต้องการของศตวรรษที่ 21 และความเป็นสากลที่สามารถนำไปใช้กับครูทุกสังกัด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
[1]
พรมมิจิตร ช., สวาทะนันทน์ ศ. ., และ อัศภาภรณ์ น. ., “การสังเคราะห์องค์ประกอบและตัวชี้วัดสมรรถนะ ด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาในเขตภาคเหนือ”, Andj, ปี 6, ฉบับที่ 1, น. 012–021, ก.ค. 2026.
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

World Bank. (2024). Learning for all: Investing in people's knowledge and skills to promote development. World Bank Publications.

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2567). สถิติข้อมูลพื้นฐานการอาชีวศึกษา ปีการศึกษา 2567. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา.

สำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา. (2566). รายงานการสำรวจสถานภาพครูอาชีวศึกษา ประจำปี 2566. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา.

Freeman, S., Eddy, S. L., McDonough, M., Smith, M. K., Okoroafor, N., Jordt, H., & Wenderoth, M. P. (2014). Active learning increases student performance in science, engineering, and mathematics. Proceedings of the National Academy of Sciences, 111(23), 8410-8415. https://doi.org/10.1073/pnas.1319030111

Prince, M. (2004). Does active learning work? A review of the research. Journal of Engineering Education, 93(3), 223-231. https://doi.org/10.1002/j.2168- 9830.2004.tb00809.x

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. (2568). การพัฒนากำลังคนเพื่อขับเคลื่อน อีอีซี อย่างยั่งยืน

(รายงานทีดีอาร์ไอ ฉบับที่ 229). https://tdri.or.th/wpcontent/uploads/2025/10/WB229.pdf

Ribeiro-Silva, E., Amorim, C., Aparicio-Herguedas, J. L., & Batista, P. (2022). Trends of active learning in higher education and students' well-being: A literature review. Frontiers in Psychology, 13, 844236. https://doi.org/10.3389/fpsyg.2022.844236

Jiang, J., & Tanaka, A. (2022). Autonomy support from support staff in higher education and students' academic engagement and psychological well-being. Educational Psychology, 42(1), 42-63. https://doi.org/10.1080/01443410.2021.1982866