แนวทางการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับโรงเรียนวัดบางพลา อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี แนวทางการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับโรงเรียนวัดบางพลา อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพพึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับโรงเรียนวัดบางพลา และ 2) พัฒนาแนวทางการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับโรงเรียนวัดบางพลา การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 122 คน ประกอบด้วยผู้บริหาร ครู คณะกรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครอง และระยะที่ 2 การวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ให้สัมภาษณ์ 10 คน ประกอบด้วยผู้บริหาร ครู คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้นำชุมชน และผู้ปกครอง
ผลการวิจัยพบว่า สภาพปัจจุบันของความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชนอยู่ในระดับมาก ในขณะที่สภาพพึงประสงค์อยู่ในระดับมากที่สุด โดยพบว่าความต้องการจำเป็นสูงสุดคือด้านการประชาสัมพันธ์ รองลงมาคือการมีส่วนร่วม การสนับสนุนกิจกรรมในโรงเรียน และการให้บริการชุมชนตาม ลำดับ จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้สังเคราะห์แนวทางการสร้างความสัมพันธ์ 4 ด้าน ได้แก่ 1) การส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในกระบวนการบริหารจัดการ 2) การพัฒนาโรงเรียนให้เป็นแหล่งบริการและวิทยาการแก่ชุมชน 3) การจัดกิจกรรมร่วมกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี และ 4) การใช้ช่องทางการประชาสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้าถึงง่าย ผลการวิจัยนี้สามารถใช้เป็นกรอบในการวางแผนและพัฒนาความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542. กรุงเทพฯ: คุรุสภาลาดพร้าว; 2542.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค; 2560.
ชูชาติ พ่วงสมจิตร์. แนวคิดเกี่ยวกับนวัตกรรมการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช; 2560.
Epstein JL. School/family/community partnerships: Caring for the children we share. Phi Delta Kappan. 1995;76(9):701-12.
Cronbach LJ. Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika. 1951;16(3):297-334.
บุญชม ศรีสะอาด. การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น; 2556.
ศราวุธ คำมวัลย์, กชพร นำผล, ดาวรวรรณ ถวิลการ. ความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน: กรณีศึกษาโรงเรียนหนองพอกพัฒนาประชานุสรณ์ อำเภอหนองพอก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3. วารสารช่อพะยอม. 2560;28(1):79-86.
อนวัช รังสรรค์, พนมพร จันทรปัญญา. กระบวนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชนของโรงเรียนประถมศึกษาในอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น. 2561;12(2):115-30.
ขวัญใจ ฟุ้งโอ. การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน [เอกสารประกอบการสอน]. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม; 2562.
นาวิน แกละสมุทร. การส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชนของโรงเรียนวัดใหญ่บ้านบ่อ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร. วารสาร มจร พุทธปัญญาปริทรรศน์. 2562;4(3):569-80.