การจัดการความรู้ทางวัฒนธรรมประเพณีผีบุ้งเต้า บ้านไฮตาก อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย
คำสำคัญ:
การจัดการความรู้, วัฒนธรรมประเพณีผีบุ้งเต้า, ประเพณีประดิษฐ์, ชุมชนบ้านไฮตากบทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการความรู้วัฒนธรรมประเพณีผีบุ้งเต้าของอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย มีสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเลย อำเภอภูเรือ และชุมชนร่วมจัดประชุมระดมความคิดเห็นตามความต้องการของชุมชนเพื่อค้นหาองค์ความรู้วัฒนธรรมประเพณีผีบุ้งเต้าสำหรับนำไปใช้เป็นข้อมูลการวางแผนการพัฒนาพื้นที่และการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ใช้แนวคิดการจัดการความรู้ แนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน แนวคิดคติชนสร้างสรรค์และประเพณีประดิษฐ์ในการศึกษา ส่วนวิธีการจัดการความรู้ทางวัฒนธรรมใช้กระบวนการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมระบุวิธีการค้นหาองค์ความรู้ การแสวงหาปราชญ์ท้องถิ่น การระบุคุณสมบัติผู้เข้าร่วมจัดการความรู้ การระบุขั้นตอนและกระบวนการจัดการความรู้วัฒนธรรมประเพณีผีบุ้งเต้า ผลการจัดการความรู้วัฒนธรรมประเพณีผีบุ้งเต้า พบว่า วัฒนธรรมประเพณีผีบุ้งเต้าเป็นประเพณีประดิษฐ์ที่ชุมชนสร้างขึ้นมาหนุนเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลย ผู้เข้าร่วมประชุมลงความเห็นว่าวัฒนธรรมประเพณีผีบุ้งเต้าอยู่ในขอบเขตภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมเฉพาะของอำเภอภูเรือที่สะท้อนถึงการแก้ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรกับวิถีชีวิตและประเพณีท้องถิ่น ส่วนการจัดการความรู้วัฒนธรรมประเพณีผีบุ้งเต้าใช้กระบวนการมีส่วนร่วมดำเนินกิจกรรม 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1) ขั้นการบ่งชี้ความรู้ ร่วมคิดหาแหล่งสืบค้นข้อมูล เช่น ตัวผู้ใหญ่บ้าน ปราชญ์ท้องถิ่น กลุ่มจัดการท่องเที่ยว โดยแบ่งปันรายละเอียดข้อมูลที่ฝังลึกในตัวเอง ตามทัศนคติของแต่ละคน 2) ขั้นการสร้างความรู้ ผู้เข้าร่วมจัดการความรู้กำหนดประเด็นหัวข้อองค์ความรู้ และร่วมกับเรียบเรียงความรู้ให้เป็นระบบ 3) ขั้นการจัดเก็บและเข้าถึงความรู้ ผู้เข้าร่วมจัดการความรู้ให้แนวคิดว่าควรบันทึกผ่านการพิมพ์เป็นเอกสาร หนังสือ และสร้างฐานข้อมูลระดับอำเภอและตำบล 4) ขั้นการเผยแพร่ ผู้เข้าร่วมจัดการความรู้ให้แนวทางการเผยแพร่ไปยังสถาบันการศึกษา ชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบล และหน่วยงานการท่องเที่ยว และ 5) ขั้นการประยุกต์ใช้ความรู้ ผู้เข้าร่วมจัดการความรู้ได้นำข้อมูลไปใช้สื่อสารการท่องเที่ยว การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม และการวางแผนจัดการท่องเที่ยว
เอกสารอ้างอิง
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม. (2557). มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ. กรุงเทพฯ: กระทรวงวัฒนธรรม.
ก้องสกล กวินรวีกุล. (2560). มานุษยวิทยาการท่องเที่ยว: กรอบแนวคิดและคุณูปการทางทฤษฎี. วารสารรามคำแหง ฉบับมนุษยศาสตร์, 36(2), 1-26.
ดวงรักษ์ จันแตง. (2564). การจัดการความรู้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชน กรณีผ้าซิ่นน้ำอ่าง จังหวัดอุตรดิตถ์. FOYER: The Journal of Humanities, Social Sciences, and Education, 4(1), 50-86
ถนอม บุญประจง ฉลอง พันธ์จันทร์ และธีระพงษ์ มีไธสง. (2562). ความทรงจำพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์กับประเพณีประดิษฐ์ของชุมชนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาในเขตพื้นที่อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์ กรณีศึกษา: ปรางค์กู่สวนแตง และกู่ฤๅษี. วารสารนานาชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 9(3), 69-95.
ไทยโรจน์ พวงมณี คชสีห์ เจริญสุข และสุภาวดี สำราญ. (2565). อัตลักษณ์และสุนทรียภาพของหน้ากากผีบุ้งเต้าที่ส่งผลต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวบ้านไฮตาก อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย. มังรายสาร, 10(2), 67-81.
นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ. (2560). แนวคิดมานุษยวิทยากับการศึกษาความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสังคมไทย. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 25(47), 173-197.
ปฐม หงษ์สุวรรณ. (2560). ประเพณีประดิษฐ์ในชุมชนอีสานลุ่มน้ำโขง. ขอนแก่น: คลังนานาวิทยา.
พระครูปลัดสุวัฒนพุทธิคุณ (สุเทพ ดีเยี่ยม). (2565). การจัดการความรู้บนฐานทุนชุมชนในการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น. วารสารวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง, 11(1), 214-230.
ภริมา วินิธาสถิตกุล และพระมหาจิรฉันท์ จิรเมธี (โลวะลุน). (2558). คติชนวิทยา: ความเชื่อกับสังคมไทย. วารสารจิตวิทยาพุทธศาสตร์ประยุกต์เพื่อสังคม, 1(1), 31-44.
เมธาวี ศิริวงศ์. (2556). ประเพณีประดิษฐ์กับการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม กรณีศึกษางานเทศกาลประเพณีแซนโฎนตา อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ. (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ยุทธกาน ดิสกุล. (2567). การโหยหาอดีตสู่ประเพณีประดิษฐ์ในพื้นที่การท่องเที่ยวในสังคมไทย. วารสารวิชาการสังคมมนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, 14(1), 30-49.
ลักษณา เกยุราพันธ์. (2561). รูปแบบการจัดการความรู้ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นกรณีศึกษา: อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก. วารสารวิจัยและพัฒนา วไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 13(2), 75-85.
ศิราพร ณ ถลาง. (2559). คติชนสร้างสรรค์: บทสังเคราะห์และทฤษฎี. กรุงเทพฯ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน).
สมบัติ นามบุรี และธิติวุติ หมั่นมี. (2564). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์ฟื้นฟูประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น จังหวัดชัยภูมิ. วารสารการบริหารนิติบุคคลและนวัตกรรมท้องถิ่น, 7(6), 125-136.
สุทธินันท์ ศรีอ่อน. (2565). จินตนาการหน้ากากผีในวัฒนธรรมพุทธสองฝั่งโขง. วารสารวิวิธวรรณสาร, 6(3), 87-104.
สุพัตรา ยอดสุรางค์. (2562). แนวคิดว่าด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชน. วารสารวิจัยและพัฒนาวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 14(1), 122-132.
Albescu, F., Pugna, B. I., & Paraschiv, M. D. (2009). Cross-cultural knowledge management. Informatica Economica, 13(4), 39-50.
Chang, C. L. H. & Lin, T. C. (2015). The role of organizational culture in the knowledge management process. Journal of Knowledge Management, 19(3), 433-455.
Intezari, A., Taskin, N., & Pauleen, J. D. (2017). Looking beyond knowledge sharing: an integrative approach to knowledge management culture. Journal of Knowledge Management, 21(2), 492-515.
Zhu, Z. (2004). Knowledge management: towards a universal concept or cross-cultural contexts?. Knowledge Management Research & Practice, 2(2), 67-79.


