คำแนะนำสำหรับผู้เขียน
วารสารภาษาและวัฒนธรรมศึกษาเป็นวารสารวิชาการที่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer-reviewed) มุ่งเผยแพร่บทความวิจัยและบทความวิชาการคุณภาพสูงในสาขาภาษาและภาษาศาสตร์ วรรณกรรมและทฤษฎีวรรณคดี การสื่อสาร วัฒนธรรมศึกษา และศาสนศึกษา รวมถึงสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วารสารมุ่งเป็นเวทีสหวิทยาการสำหรับคณาจารย์ นิสิตนักศึกษา นักวิชาการ นักวิจัย และผู้สนใจทั่วไป เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประเด็นร่วมสมัยที่สร้างคุณค่าต่อวงวิชาการและสังคมโดยรวม
วารสารเปิดรับบทความวิจัยและบทความวิชาการ ในหัวข้อดังต่อไปนี้วารสารเปิดรับบทความวิจัยและบทความวิชาการ ในหัวข้อดังต่อไปนี้
ภาษาและภาษาศาสตร์: ภาษา การเรียนและการสอนภาษา การพัฒนาทักษะทางภาษา ภาษาศาสตร์ทั่วไป ภาษาศาสตร์ประยุกต์ ภาษาศาสตร์สังคม ภาษาศาสตร์จิตวิทยา ภาษาศาสตร์คลังข้อมูล การแปล และการวิเคราะห์วาทกรรม
วรรณกรรมและทฤษฎีวรรณคดี: วรรณกรรมคลาสสิก วรรณกรรมร่วมสมัย วรรณกรรมเปรียบเทียบ วรรณคดีวิจารณ์ การเล่าเรื่องทางวัฒนธรรม วรรณกรรมในสื่อร่วมสมัย และวรรณกรรมดิจิทัล
การสื่อสาร: การสื่อสารระหว่างบุคคล การสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม การสื่อสารดิจิทัลและสื่อสังคมออนไลน์ การวิเคราะห์วาทกรรมในสื่อ และการใช้ภาษาในการสื่อสารเชิงวัฒนธรรม
วัฒนธรรมศึกษา: มรดกทางวัฒนธรรม การอนุรักษ์วัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม กระบวนการโลกาภิวัตน์และการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม วัฒนธรรมดิจิทัล วัฒนธรรมสื่อออนไลน์ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ศาสนศึกษา: ความเชื่อ ศรัทธา ปรัชญา พิธีกรรม ศาสนาเปรียบเทียบ ศาสนากับวัฒนธรรม การศึกษาพระพุทธศาสนาในมิติต่าง ๆ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา บทบาทของศาสนาในสังคมร่วมสมัย และศาสนาในสื่อดิจิทัล
สาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: สาขาย่อยของมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่สอดคล้องกับภาษาและวัฒนธรรมศึกษา เช่น การศึกษา ประวัติศาสตร์ เป็นต้น
บทความจะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความวิชาการหรือบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์ในวารสารภาษาและวัฒนธรรมศึกษาอย่างเคร่งครัด รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสาร
ทั้งนี้ผู้เขียนจะต้องไม่รายงานข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างข้อมูลเท็จ หรือการปลอมแปลง บิดเบือน รวมไปถึงการตกแต่ง หรือ เลือกแสดงข้อมูลเฉพาะที่สอดคล้องกับข้อสรุป รวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารภาษาและวัฒนธรรมศึกษา ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารภาษาและวัฒนธรรมศึกษา รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCatch เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
บทความทุกบทความจะต้องผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญอย่างน้อย 2 ท่าน แบบผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แต่งไม่ทราบชื่อกันและกัน (double-blind review)
ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์
วารสารเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์หลังจากบทความได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ (Accepted) แล้วเท่านั้น โดยเก็บเพียงครั้งเดียวต่อบทความ ทั้งนี้ วารสารจะออกใบเสร็จรับเงินจากมหาวิทยาลัยให้แก่ผู้ส่งบทความทุกท่าน อัตราค่าธรรมเนียมดังนี้
1. บทความวิชาการ: 3,000 บาท (สามพันบาทถ้วน) ต่อ 1 บทความ
2. บทความวิจัย: 4,000 บาท (สี่พันบาทถ้วน) ต่อ 1 บทความ
หมายเหตุ:
- กรุณาชำระค่าธรรมเนียมหลังจากได้รับอีเมลให้ชำระเงินจากวารสารแล้วเท่านั้น
- ชำระค่าธรรมเนียมผ่านบัญชีธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) เลขที่บัญชี 231-2-91026-4 ชื่อบัญชีวารสารภาษาและวัฒนธรรมศึกษา มจร เพียงบัญชีเดียวเท่านั้น
- ค่าธรรมเนียมดังกล่าวไม่สามารถขอคืนได้ในทุกกรณี
การส่งบทความเข้าระบบ Thaijo เพื่อได้รับการตีพิมพ์
การส่งในระบบ (Online Submission) สามารถส่งเข้าระบบออนไลน์ได้เว็บไซต์ของวารสารภาษาและวัฒนธรรมศึกษา ได้ที่ https://so11.tci-thaijo.org/index.php/jlcs เมื่อส่งเข้าระบบสำเร็จให้แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมทาง Email : jlcs@mcu.ac.th
เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก
รูปแบบของการจัดเตรียมต้นฉบับ
ดาวน์โหลดตัวอย่างรูปแบบ (WORD, PDF)
ดาวโหลดรูปแบบการอ้างอิง (WORD, PDF)
รูปแบบของการจัดเตรียมต้นฉบับ
1. การจัดเตรียมต้นฉบับ
1.1 ขนาดและรูปแบบเอกสาร
- ความยาวต้นฉบับ: 8–15 หน้า รวมบทคัดย่อ รูปภาพ ตาราง และเอกสารอ้างอิง
- กระดาษ: ขนาด A4 สีตัวอักษร: ดำ ฟอนต์: TH SarabunPSK
- ระยะขอบกระดาษ: 1 นิ้ว (2.54 ซม.) ทุกด้าน
- ระยะห่างบรรทัด: 1.0
- การใช้ตัวเลข: ใช้ตัวเลขอารบิกตลอด ยกเว้นกรณีเป็นศัพท์เฉพาะที่ต้องใช้ตัวเลขไทยหรือสัญลักษณ์พิเศษ
- การใช้คำย่อ: ต้องใช้แบบสากลเท่านั้น (ระบุคำเต็มไว้ในครั้งแรก) เช่น (Student centered learning)
1.2 รูปแบบหัวข้อ
- หัวข้อหลัก: ฟอนต์ขนาด 18 pt ตัวหนา ชิดซ้าย เว้นบรรทัดก่อนหัวข้อ 1 บรรทัด
- หัวข้อย่อย: ฟอนต์ขนาด 16 pt ตัวหนา ย่อจากขอบซ้าย 6 ตัวอักษร เริ่มพิมพ์ตัวอักษรที่ 7 ย่อหน้าถัดไปเว้นระยะห่างจากย่อหน้าก่อนหน้า 3 ตัวอักษร เริ่มพิมพ์ตัวอักษรที่ 4
1.3 ตารางและรูปภาพ
- ใช้ตาราง/รูปภาพที่คมชัด พร้อมหมายเลขกำกับ เช่น ตารางที่ 1 หรือ Table 1 และ ภาพที่ 1 หรือ Figure 1
- คำอธิบายต้องกระชับ ชัดเจน และสอดคล้องกับรูปภาพที่นำเสนอ
1.4 องค์ประกอบส่วนบนหน้าแรกของบทความ
- ชื่อเรื่อง ภาษาไทย ฟอนต์ขนาด 18 pt ตัวหนา ภาษาอังกฤษ ฟอนต์ขนาด 16 pt จัดกึ่งกลาง
- ชื่อผู้เขียน (ไม่เกิน 5 คน) ระบุชื่อ-นามสกุล โดยไม่ใส่คำนำหน้า ยกเว้นกรณีพระภิกษุ ฟอนต์ขนาด 14 pt (ภาษาไทยใช้ตัวหนา ภาษาอังกฤษใช้ตัวปกติ) ชิดขวา
- สังกัด/หน่วยงาน (ไทยและอังกฤษ) ระบุชื่อหน่วยงานที่สังกัด ฟอนต์ขนาด 14 pt (ภาษาไทยใช้ตัวหนา ภาษาอังกฤษใช้ตัวปกติ) ชิดขวา
- อีเมลผู้ติดต่อหลัก — ของ Corresponding Author เพื่อติดต่อเกี่ยวกับบทความ ฟอนต์ขนาด 14 pt ตัวปกติ ชิดขวา
2. โครงสร้างบทความ
2.1 บทความวิจัย
- บทคัดย่อ (ไทยและอังกฤษ ไม่เกิน 350 คำ) — ควรประกอบด้วย วัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการวิจัย (ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือ เก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล) ผลการวิจัย
- คำสำคัญ (ไทยและอังกฤษ จำนวน 3–5 คำ)
- บทนำ (ความเป็นมาและความสำคัญ) — อธิบายปัญหา บริบท แนวคิด และการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรเกิน 4 ย่อหน้า
- วัตถุประสงค์ — ระบุเป็นข้อ ๆ ให้ชัดเจนและสอดคล้องกับชื่อเรื่อง
- วิธีดำเนินการวิจัย — รูปแบบของการวิจัย ประชากร กลุ่มตัวอย่าง และผู้ให้ข้อมูลสำคัญ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล
- ผลการวิจัย — นำเสนอผลตามลำดับวัตถุประสงค์ พร้อมตาราง/กราฟประกอบ
- อภิปรายผล — วิเคราะห์และตีความผลการวิจัย เปรียบเทียบกับงานที่เกี่ยวข้อง และอธิบายเหตุผลที่สนับสนุนหรือขัดแย้ง
- องค์ความรู้ใหม่ (ถ้ามี) — ระบุผลลัพธ์ใหม่ที่สำคัญ เช่น โมเดล แนวคิด หรือข้อค้นพบที่สามารถนำไปใช้ต่อ
- สรุปและข้อเสนอแนะ — สรุปใจความสำคัญของผลการวิจัย และให้ข้อเสนอแนะที่ได้จากการวิจัย อาจประกอบด้วยข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ และข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป
- กิตติกรรมประกาศ (ถ้ามี)
- เอกสารอ้างอิง (รูปแบบ APA, นาม–ปี) — ต้องมีเฉพาะรายการที่ปรากฏในเนื้อหา
2.2 บทความวิชาการ
- บทคัดย่อ (ไทยและอังกฤษ ไม่เกิน 350 คำ) — ควรประกอบด้วย วัตถุประสงค์ของบทความ ขอบเขตเนื้อหาและประเด็นหลัก วิธีการวิเคราะห์หรือการสังเคราะห์ (ถ้ามี) สรุปข้อค้นพบหรือข้อเสนอสำคัญ
- คำสำคัญ (ไทยและอังกฤษ จำนวน 3–5 คำ)
- บทนำ — อธิบายความเป็นมา เหตุผล และความสำคัญของหัวข้อ แนวคิดและทฤษฎี
- เนื้อหา — จัดลำดับสาระสำคัญอย่างเป็นระบบ อาจแบ่งเป็นหัวข้อย่อยตามความเหมาะสม
- สรุป — รวบรวมและเชื่อมโยงประเด็นหลักทั้งหมด พร้อมอธิบายคุณค่า ความสำคัญ และแนวทางการนำไปประยุกต์ใช้
- เอกสารอ้างอิง (APA, นาม–ปี) — ต้องเป็นรายการที่ปรากฏในบทความเท่านั้น
รูปแบบการนำบทความลงตีพิมพ์ลงในวารสารภาษาและวัฒนธรรมศึกษา
ต้นฉบับบทความที่เสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารให้อยู่ในรูปแบบของไฟล์เอกสาร *.docx ของ Microsoft Word Version 2010 หรือมากกว่า หากต้นฉบับประกอบด้วยภาพ ตาราง หรือสมการ ให้ส่งแยกจากไฟล์เอกสาร ในรูปแบบไฟล์ภาพ สกุล *.PDF*.JPG*.GIF หรือ *.bmp ความยาวของต้นฉบับต้องไม่เกิน 15 หน้า (รวมเอกสารอ้างอิง) กองบรรณาธิการจะพิจารณาบทความเบื้องต้น เกี่ยวกับความถูกต้องของรูปแบบทั่วไป ถ้าไม่ผ่านการพิจารณาจะส่งกลับไปแก้ไข ถ้าผ่านจะเข้าสู่การพิจารณาของผู้ทรงคุณวุฒิเมื่อผลการประเมินผ่านหรือไม่ผ่านหรือมีการแก้ไข จะแจ้งผลให้ผู้เขียนทราบ โดยการพิจารณาบทความเพื่อลงตีพิมพ์ได้จะคำนึงถึงความหลากหลายและความเหมาะสม
สิทธิของบรรณาธิการ
ในกรณีที่กองบรรณาธิการหรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้รับเชิญให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิผู้ตรวจประเมินบทความมีความเห็นว่าควรแก้ไข กองบรรณาธิการจะส่งคืนเพื่อให้เจ้าของบทความแก้ไข โดยจะยึดถือข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิผู้ตรวจประเมินเป็นเกณฑ์หลัก และหรือขอสงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาไม่ตีพิมพ์ ในกรณีที่รายงานการวิจัย บทความทางวิชาการหรือบทความวิจัยไม่ตรงกับแนวทางของวารสารภาษาและวัฒนธรรมศึกษาหรือไม่ผ่านการพิจารณาของกองบรรณาธิการหรือผู้เชี่ยวชาญเมื่อบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ผู้เขียนจะได้รับลิ้งค์ฉบับที่นำบทความลงตีพิมพ์ พร้อมกับหนังสือรับรองการตีพิมพ์บทความในวารสารภาษาและวัฒนธรรมศึกษา