การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางด้านการอ่านสะกดคำภาษาอังกฤษ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ SQ5R สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่

ผู้แต่ง

  • จารุวิทย์ ดวงอาภัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา
  • ฉันทชา ศรีแจ้ง มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา
  • เสกสรร ไชยวงศ์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา
  • พระครูสิริธรรมเมธี มหาวิยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา
  • พิทักษ์ แฝงโกฎิ มหาวิยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา

คำสำคัญ:

ผลสัมฤทธิ์, การจัดการเรียนรู้แบบ SQ5R, การอ่านสะกดคำภาษาอังกฤษ

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางด้านการอ่านสะกดคำภาษาอังกฤษ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ SQ5R สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ SQ5R กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ จำนวน 63 คน โดยการสุ่มอย่างง่าย รูปแบบการวิจัยกึ่งทดลองด้วยวิธีการใช้กลุ่มทดลอง กลุ่มเดียว เพื่อวัดผลก่อนและหลังการทดลองก่อนและหลังการลอง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย (1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบ SQ5R (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์การอ่านสะกดคำภาษาอังกฤษ และ (3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และสถิติทดสอบสมมติฐานโดยใช้ t-test แบบกลุ่มสัมพันธ์ (Paired-Samples t-test) ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05

          ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางด้านการอ่านสะกดคำภาษาอังกฤษ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ SQ5R สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2) ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ SQ5R อยู่ในระดับมาก (equation) = 4.45, S.D. = 0.85)

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. สืบค้น 1 กรกฎาคม 2568, จาก https://shorturl.asia/3sE5P

บรีรักณ์ สุจิณฺณธมฺโม (สมบูรณ์ชัย). (2568). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทักษะการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ SQ5R ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเมธีวุฒิกร “วัดพระธาตุหริภุญชัย. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 8(2), 711-723.

ภัทรวดี ชื่นเรือง. (2566). การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยใช้เทคนิคการอ่านแบบ SQ6R สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเขาทรายทับคล้อพิทยา (วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ). พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ภัทราพร ใจยั่งยืน. (2567). ผลการใช้กลวิธีการสอนอ่านแบบ SQ5R ร่วมกับสื่อสภาพจริง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่าน ภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ). นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.

รัชดากาญจน์ ใยดี. (2565). การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออก เสียงแบบโฟนิกส์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโนนตารอด จังหวัด กำแพงเพชร (วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ). พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.

สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ. (2566). ข้อสอบ O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2566. สืบค้น 15 กรกฎาคม 2568, จาก https://www.niets.or.th

กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566). กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

Stephen D. Krashen & Tracy D. Terrell. (1983). The Natural Approach. Hayward: Alemany Press.

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in Society: The Development of Higher Psychological Processes. Cambridge: Harvard University Press.

Anderson, N. J. (1999). Exploring Second Language Reading: Issues and Strategies. Boston: Heinle & Heinle.

Best, J. W., & Kahn, J. V. (2006). Research in Education (10th ed.). Boston: Pearson Education.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-01-09

รูปแบบการอ้างอิง

ดวงอาภัย จ., ศรีแจ้ง ฉ., ไชยวงศ์ เ., พระครูสิริธรรมเมธี, & แฝงโกฎิ พ. (2026). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางด้านการอ่านสะกดคำภาษาอังกฤษ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ SQ5R สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่. วารสารภาษาและวัฒนธรรมศึกษา, 5(1), 1–12. สืบค้น จาก https://so11.tci-thaijo.org/index.php/jlcs/article/view/2459