การใช้หลักพุทธธรรมเพื่อเยียวยาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาโรคซึมเศร้าโดยนำหลักพุทธธรรมที่เกี่ยวข้องในการรักษาโรคซึมเศร้า การวิจัยนี้เป็นการวิจัยคุณภาพ ประกอบด้วยการวิจัยเชิงเอกสาร ใช้วิธีวิเคราะห์เชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า โรคซึมเศร้าเกิดจากความผิดปกติของสมองในส่วนที่มีผลกระทบต่อความคิด อารมณ์ ความรู้สึก พฤติกรรม รวมถึงสุขภาพทางกาย โรคซึมเศร้าเป็นเพียงอาการหรือสภาพจิตใจที่เปลี่ยนไป เกิดจากความผิดหวัง หรือการได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ เช่น ภาวะเศรษฐกิจการเงิน ความผิดหวัง ความสัมพันธ์ ความรัก ความสูญเสีย ซึ่งสามารถรักษาหรือแก้ไขได้ด้วยการให้กำลังใจ แต่อย่างไรก็ตามหากไม่สามารถจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ได้จนกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียด วิตกกังวล จนพัฒนาไปสู่ภาวะซึมเศร้าขั้นร้ายแรง โดยคิดทำร้ายตัวเองจนถึงการฆ่าตัวตายได้ 2) หลักพุทธธรรมที่สามารถบำบัดอาการโรคซึมเศร้า คือ หลักภาวนา 4 โดยการนำสติมากำหนดควบคุมกำกับจิตในการรับรู้ให้อยู่กับสิ่งขณะปัจจุบันที่กำลังเกิดขึ้นเป็นอยู่จริงในขณะนั้น ๆ ได้แก่ 1) ด้านกายภาวนา หมายถึง การพัฒนากาย การฝึกอบรมกาย การพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมทางกายภาพเพื่อคุณภาพชีวิต เช่น การวิ่งออกกำลังกาย การนอนหลับ การวาดรูป อ่านหนังสือ การร้องเพลง รดน้ำต้นไม้ ทำกิจกรรมทำวัตร สวดมนต์ ฟังเทศน์ และสนทนาธรรม อยู่กับเพื่อนสนิท เล่นกับสุนัข การนวด รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ 2) ด้านศีลภาวนา หมายถึง การพัฒนาพฤติกรรม การฝึกอบรมศีล การมีระเบียบวินัย เช่น การไม่ฆ่าสัตว์ การไม่ทำผิดกฎหมาย ทำตามระเบียบของสังคม 3) ด้านจิตภาวนา หมายถึง การพัฒนาด้านจิตใจ การฝึกอบรมจิต เช่น การเลี้ยงสัตว์ การวาดรูปหรือทำงานศิลปะ การฝึกโยคะ 4) ด้านปัญญาภาวนา หมายถึง การพัฒนาปัญญา การฝึกอบรมปัญญาให้รู้จักคิด วินิจฉัย ไตร่ตรอง แก้ปัญหา ดำเนินการต่าง ๆ ด้วยปัญญา เช่น นั่งสมาธิ เดินจงกรม ปฏิบัติธรรม ร่วมงานกิจกรรมทางสังคม อ่านหนังสือ การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ โดยการประยุกต์ใช้หลักภาวนา 4 บำบัดโรคซึมเศร้า เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้มากขึ้นเวลามีอารมณ์ทั้งโลภ โกรธ หลง ก็รู้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้อาการของโรคที่เป็นอยู่กลับดียิ่งขึ้น และใช้ชีวิตในสังคมร่วมกับผู้อื่นได้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสาร นวังคสัตถุสาสน์ปริทรรศน์ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร นวังคสัตถุสาสน์ปริทรรศน์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร นวังคสัตถุสาสน์ปริทรรศน์หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรจากวารสาร นวังคสัตถุสาสน์ปริทรรศน์ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
ถนอมศรี อินทนนท์. แผนการพยาบาลผู้ป่วยจิตเวช. (นครศรีธรรมราช: พี.เจ.เพลท.โปรเซสเซอร์. 2536).
ธนิต อยู่โพธิ์. วิปัสสนาภาวนา. พิมพ์ครั้งที่ 2. (กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย. 2547).
บุญศิริ จันศิริมงคล. ภาวะโรคร่วมทางจิตเวชในผู้ป่วยที่ปัญหาการดื่มสุรา. (กรุงเทพมหานคร: ศิลักษ์พริ้นติ้ง. 2555).
พระภาวนาพิศาลเมธี วิ. เอกสารประกอบการสอนรายวิชาสติปัฏฐานภาวนา. (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2555).
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาเตปิฏกํ 2500.กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2535.
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. เอกสารการสอนชุดวิชาการส่งเสริมสุขภาพจิตและการ พยาบาลจิตเวช. พิมพ์ครั้งที่ 8. (นนทบุรี: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. 2552).
สมพร บุษราทิจ. ศิริรัตน์ คุปติวุฒิ. จิตเวชปฏิบัติ. (กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์เรือนแก้วการพิมพ์. 2540).
อัจฉราพร สี่หิรัญวงศ์ และคณะ. การพยาบาลจิตเวชศาสตร์. (นครปฐม: พิมพ์ลักษณ์. 2557).
อุมาพร ตรังคสมบัติ. สร้างสมาธิให้ลูกคุณ. (กรุงเทพมหานคร: ซันต้าการพิมพ์. 2553).