การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด สตีมศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะด้านการจัดการเรียนรู้และ นวัตกรรมโครงการวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

Main Article Content

สมศักดิ์ ไชยโสดา

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบการบริหารจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสตีมศึกษาที่มีประสิทธิผล 2) ศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสตีมศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะด้านการจัดการเรียนรู้และนวัตกรรม 3) พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสตีมศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะด้านการจัดการเรียนรู้และนวัตกรรมโครงการวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยและพัฒนา ประชากรและกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย เป็นบุคลากรในสถานศึกษาโครงการวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์จำนวน 493 คน ใช้การสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 73 คน และกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิที่ใช้ในการตรวจสอบและยืนยันรูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสตีมศึกษา เป็นอาจารย์สถาบันอุดมศึกษาภาคีเครือข่ายในพื้นที่ บุคลากรในสถานศึกษาโครงการวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 8 ปี ทำการสุ่มด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง จำนวน 19 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน


ผลการวิจัย พบว่า องค์ประกอบการบริหารจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสตีมศึกษาที่มีประสิทธิผลประกอบด้วย 6 องค์ประกอบหลัก 23 องค์ประกอบย่อย 77 ตัวชี้วัด โดยสภาพปัจจุบันโดยรวมอยู่ในระดับปานกลางทุกด้าน ส่วนสภาพที่พึงประสงค์โดยรวมมีความคาดหวังอยู่ในระดับมากโดยเฉพาะการพัฒนาหลักสูตรการพัฒนาบุคลากร ตามลำดับ สำหรับรูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสตีมศึกษาที่พัฒนาขึ้นได้รับการตรวจสอบและยืนยันว่ามีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เพราะมีการจัดทำคู่มือรูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสตีมศึกษาเป็นแนวทางในการดำเนินการ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
[1]
ไชยโสดา ส. ., “การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด สตีมศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะด้านการจัดการเรียนรู้และ นวัตกรรมโครงการวิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา”, Andj, ปี 2, ฉบับที่ 1, น. 017–030, ก.ค. 2026.
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

วีระชัย สิงทอง. (2560). [ออนไลน์]. ความคิดเห็นของครูที่มีต่อการบริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 ของโรงเรียนพรหมานุสรณ์จังหวัด เพชรบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 10. [สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2565]. จาก http://www.edu-journal.ru.ac.th.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2559). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด.

ประสาท เนืองเฉลิม. (2551). การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตามแนวคิด Socioscientific. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ปีที่ 2 ฉบับที่ 3. 99-106.

สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์. (2561). แผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการระยะ 5 ปี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พ.ศ. 2561-2565). สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.

Yakman, G. (2008). STEAM education. An overview of creation a model of integrative Education. PATT.

สุธรรม ธรรมทัศนานนท์. (2561). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสะเต็มศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25. วารสารการวัดผลการศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ปีที่ 24 ฉบับที่ 2. 237-250.

สุรัชดา จึงสุดวิรังษ์. (2560). รูปแบบการบริหารจัดการชั้นเรียนแนวใหม่โรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วิทยานิพนธ์ ค.ด. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

เกรียงไกร ทานะเวช. (2562). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสะเต็มศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 27. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.