วิเคราะห์ความผิดฐานเสพเมถุนของภิกษุในพระวินัยปิฎก
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีมีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาการเสพเมถุนในพระวินัยปิฎก 2) เพื่อศึกษาวิเคราะห์ความผิดฐานเสพเมถุนของภิกษุในพระวินัยปิฎก เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพเน้นศึกษาเอกสาร
ผลการวิจัยพบว่า เมถุนคือ กรรมของคนคู่ ได้แก่ การร่วมประเวณีเริ่มต้นมาจากพระสุทินเสพเมถุนกับภรรยาของตนจนตั้งท้องชาวบ้านพากันติเตียน พระพุทธองค์จึงทรงบัญญัติปาราชิกข้อที่ 1 ว่า ห้ามภิกษุเสพเมถุนโดยที่สุดกับสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย การเสพเมถุนของภิกษุ 4 มีจำพวก ได้แก่ 1) หญิงมนุษย์ อมนุษย์ และสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย 2) อุภโตพยัญชนก 3 จำพวก คือ อุภโตพยัญชนกที่เป็นมนุษย์ ที่เป็นอมนุษย์ และที่เป็นสัตว์ดิรัจฉาน ทาง 3 ทวาร คือ ทวารหนัก ทวารเบา ทางปาก 3) บัณเฑาะก์ 3 จำพวก คือ บัณเฑาะก์ที่เป็นมนุษย์ ที่เป็นอมนุษย์ และที่เป็นสัตว์ดิรัจฉาน และทาง 2 ทวาร คือ ทวารหนัก ทางปาก 4) ชาย 3 จำพวก คือ ชายที่เป็นมนุษย์ เป็นอมนุษย์ และสัตว์ดิรัจฉานตัวผู้ ทาง 2 ทวาร คือ ทวารหนัก ทางปากต้องอาบัติปาราชิก
วิเคราะห์ความผิดฐานเสพเมถุนของภิกษุในพระวินัยปิฎก แบ่งเป็น 1) ฐานะความผิดเชิงหลักการ คือ การประพฤติพรหมจรรย์ ได้แก่ การใช้ชีวิตแบบนักบวชที่เว้นจากการเสพเมถุนเด็ดขาด และในฐานะความผิดเชิงบทบัญญัติพระพุทธองค์ทรงปรับอาบัติปาราชิกแก่ภิกษุผู้เสพเมถุน 2) เกณฑ์การตัดสินความผิดการเสพเมถุนคือ เกณฑ์การตัดสินเชิงหลักการ รัฐมีหน้าที่ออกกฎหมายเพื่อควบคุมสังคมให้พ้นจากการกระทำที่เป็นภยันตรายต่อผู้อื่น และเกณฑ์การตัดสินเชิงบทบัญญัติ คือ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2535 ห้ามพระภิกษุที่ต้องอาบัติปาราชิกกลับมาบวชใหม่ 3) บทลงโทษความผิดการเสพเมถุน คือ บทลงโทษเชิงหลักการ เช่น ภิกษุเสพเมถุนกับเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี บทลงโทษเชิงบทบัญญัติว่า ภิกษุเสพเมถุนต้องอาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นภิกษุทันที 4) การแก้ไขความผิดการเสพเมถุนคือให้ภิกษุที่คิดจะเสพเมถุนปฏิบัติธรรมตามหลัก ตจปัญจกกรรมฐานและอสุภกรรมฐาน เมื่อภิกษุต้องอาบัติปาราชิกสึกออกมาแล้วรักษาศีล 5 ศีล 8 และศีล 10 และยังสามารถบรรลุธรรมตั้งแต่พระโสดาบัน พระสกทาคามี และอนาคามีได้ตามปกติ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสาร นวังคสัตถุสาสน์ปริทรรศน์ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร นวังคสัตถุสาสน์ปริทรรศน์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร นวังคสัตถุสาสน์ปริทรรศน์หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรจากวารสาร นวังคสัตถุสาสน์ปริทรรศน์ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
พระครูศิริโสธรคณารักษ์ นาทองไชย. “ต้นบัญญัติปฐมปาราชิก: มูลเหตุที่ทรงบัญญัติสิกขาบทประเภทครุกาบัติในพระปาติโมกข์.” วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ปีที่ 9 ฉบับที่ 2 (2561): 227-236.
พระมหาวสันตการณพิรุณ ปญฺญาวโร (วงศ์กา). “การศึกษาวิเคราะห์เรื่องเมถุนธรรมในพระวินัยปิฎก.” วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2545.
พระมหาวสันตการณพิรุณ ปญฺญาวโร (วงศ์กา). “การศึกษาวิเคราะห์เรื่องเมถุนธรรมในพระวินัยปิฎก.” วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2545.
พิชศาล พันธุ์วัฒนา. “บทลงโทษของพระภิกษุที่ปาราชิกสิกขาบท 1.” วารสารวิชาการแพรวากาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม–สิงหาคม 2559): 113–132.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2539.
_______. อรรถกถาภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2552.
มหามกุฏราชวิทยาลัย. วินยปิฎกอรรถกถา ภาษาบาลี. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย, ม.ป.ป.
ยุทธศักดิ์ รัมมะเอ็จ. “ปัญหาความรับผิดทางอาญากรณีพระสงฆ์เสพเมถุนโดยคู่กรณีสมยอม.” วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต. คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์: มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, 2565.