การพัฒนาสำนักปฏิบัติธรรมตามหลักสัปปายะ 7 ของวัดห้วยเจริญ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือเพื่อศึกษาวิเคราะห์หลักสัปปายะในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท และเสนอแนวทางการพัฒนาสำนักปฏิบัติธรรมตามหลักสัปปายะในพระพุทธศาสนา: กรณีศึกษาวัดห้วยเจริญ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงเอกสารโดยใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า สัปปายะ หมายถึง สิ่งแวดล้อมหรือปัจจัยที่เกื้อกูลต่อการปฏิบัติวิปัสสนา ช่วยสนับสนุนให้การบำเพ็ญวิปัสสนาภาวนาเกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้สมาธิตั้งมั่นและไม่เสื่อมถอย โดยสัปปายะประกอบด้วย 7 ประการ ได้แก่ (1) อาวาสสัปปายะ คือ ที่พักอาศัยและบริเวณสถานที่ที่มีความเหมาะสมต่อการปฏิบัติธรรม สงบ ร่มรื่น และเอื้อต่อการเจริญภาวนา (2) โคจรสัปปายะ คือ ท้องถิ่นหรือชุมชนโดยรอบที่เอื้ออำนวยต่อการบิณฑบาต อยู่ไม่ไกลจากสำนักปฏิบัติธรรมและสามารถเดินทางได้โดยสะดวก (3) ภัสสะสัปปายะ คือ การใช้ถ้อยคำหรือการสนทนาที่เหมาะสม งดเว้นคำพูดที่ไร้ประโยชน์ มุ่งกล่าวแต่ถ้อยคำที่เป็นกุศลและเกื้อกูลต่อการภาวนา (4) ปุคคลสัปปายะ คือ การมีผู้ร่วมปฏิบัติหรือกัลยาณมิตรผู้ตั้งมั่นในพระธรรมวินัย และมีความรู้ความสามารถพอที่จะให้คำแนะนำหรือเป็นแบบอย่างที่ดี (5) โภชนสัปปายะ คือ อาหารและเครื่องอุปโภคบริโภคที่เหมาะสม เกื้อกูลต่อสุขภาพ ไม่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติ (6) อุตุสัปปายะ คือ สภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่เหมาะสม ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป ทำให้ร่างกายสามารถปฏิบัติธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ (7) อิริยาปถสัปปายะ คือ อิริยาบถหรือรูปแบบการเคลื่อนไหวที่เหมาะสม โดยผู้ปฏิบัติสามารถเลือกอิริยาบถที่ทำให้เกิดความผ่อนคลาย ไม่ก่อให้เกิดนิวรณ์ และเกื้อกูลต่อการเจริญสติ วัดห้วยเจริญมีแนวคิดในการพัฒนาสำนักปฏิบัติธรรมบนพื้นฐานของสัปปายะทั้ง 7 ประการ โดยมุ่งเสริมสร้างปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการประพฤติและปฏิบัติธรรมอย่างรอบด้าน ได้แก่ การจัดสภาพสถานที่ให้เหมาะสมทั้งที่พักอาศัย บรรยากาศทางธรรมชาติ การอยู่ใกล้แหล่งอาหารและปัจจัยยังชีพ การมีครูบาอาจารย์หรือผู้ทรงภูมิปัญญาเป็นแบบอย่าง การส่งเสริมการสำรวมวาจาเพื่อสร้างความสงบภายใน และการจัดสภาพแวดล้อมให้ผู้ปฏิบัติสามารถเลือกอิริยาบถที่เกื้อหนุนต่อการเจริญวิปัสสนาภาวนา เพื่อให้การปฏิบัติธรรมเกิดผลอย่างลึกซึ้งและมีประสิทธิผลสูงสุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสาร นวังคสัตถุสาสน์ปริทรรศน์ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร นวังคสัตถุสาสน์ปริทรรศน์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร นวังคสัตถุสาสน์ปริทรรศน์หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรจากวารสาร นวังคสัตถุสาสน์ปริทรรศน์ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
ทองสุข ชูโต. “ปัจจัยเสริมสร้างสมาธิในผู้เข้าสมาธิภาวนา.” วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา 12. ฉบับที่ 2 (2561): 45–60.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). พุทธธรรม. (กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2562).
พระมหาสมบูรณ์ วุฑฺฒิกโร. “สิ่งแวดล้อมกับความก้าวหน้าในการปฏิบัติวิปัสสนา.” วารสารวิปัสสนากรรมฐาน 8. ฉบับที่ 1 (2560): 22–38.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาเตปิฏกํ 2500.กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2535.
วัดห้วยเจริญ. แผนพัฒนาวัดห้วยเจริญ ระยะ 5 ปี. (สุพรรณบุรี: ศรีประจันต์การพิมพ์. 2565). ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศ ณ วันที่ 7 มกราคม 2512.