การวิเคราะห์คุณภาพข้อสอบปรนัยด้วย Item Response Theory (IRT)
คำสำคัญ:
คุณภาพข้อสอบปรนัยบทคัดย่อ
การวิเคราะห์คุณภาพข้อสอบ multiple-choice questions (MCQs) ส่วนใหญ่อาศัยแนวคิดของ Classical Test Theory (CTT) ใช้ดัชนีพื้นฐาน เช่น ค่าความยาก (difficulty index) ค่าอำนาจจำแนก (discrimination index) และค่าความเชื่อมั่น (reliability coefficient) แม้ว่าวิธีนี้จะเข้าใจง่าย คำนวณไม่ซับซ้อน และทำได้ด้วยโปรแกรมสถิติทั่วไป แต่ก็มีข้อจำกัด โดยเฉพาะเรื่องคุณลักษณะข้อสอบที่ขึ้นกับกลุ่มผู้เข้าสอบ (sample dependent) และความสามารถของผู้เข้าสอบก็ขึ้นกับชุดข้อสอบนั้นๆ (test dependent) ทำให้เปรียบเทียบคุณภาพข้อสอบต่างชุดหรือคนต่างรุ่นทำได้จำกัด นอกจากนี้ CTT ยังให้ข้อมูลเพียงค่าเดียวตลอดช่วงความสามารถของผู้เข้าสอบ จึงไม่อธิบายว่าข้อสอบแต่ละข้อทำงานได้ดีในผู้เข้าสอบที่มีความสามารถแตกต่างกันอย่างไร
แนวคิดของ Item Response Theory (IRT) มีการพัฒนาจากหลายคน เริ่มตั้งแต่รากฐานแนวคิดแรกช่วงปี 1925-1927 โดย L.L. Thurstone จนในปี 1950 Frederic M. Lord ได้นำมาพัฒนาและใช้ต่อจนได้รับยกย่องเป็นบิดาแห่ง IRT และต่อมาในปี 1960 Georg Rasch ได้เสนอ Rasch model (1PL) มี 1 parameter และในช่วงปลายทศวรรษ 1960 Allan Birnbaum ได้ขยาย model เป็น 2PL (2 parameters) และ 3PL (3 parameters) ทำให้ IRT สามารถอธิบายคุณลักษณะของข้อสอบได้ละเอียดมากขึ้น นำไปใช้อย่างแพร่หลายในการวัดผลทางการศึกษาและการสอบมาตรฐานทั่วโลก สามารถอธิบายความสามารถแฝง (latent trait, θ) ของผู้เข้าสอบกับความน่าจะเป็นในการตอบข้อสอบได้ถูกต้อง โดยประมาณค่าคุณลักษณะของข้อสอบเป็นรายข้อได้อย่างอิสระจากกลุ่มตัวอย่างภายใต้เงื่อนไขของ model ทั้งยังให้ข้อมูลเชิงลึกของดัชนีความยาก ดัชนีจำแนก และประสิทธิภาพตัวลวงหรือโอกาสการเดาในข้อสอบ MCQ นอกจากนี้ยังเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างคลังข้อสอบ การสอบแบบปรับตามความสามารถของผู้สอบ (computerized adaptive testing) และการเทียบเคียงคะแนนระหว่างข้อสอบต่างชุด (test equating) IRTเป็นวิธีซับซ้อนกว่า CTT แต่ปัจจุบันโปรแกรมต่างๆ เช่น Stata, R และโปรแกรมด้าน psychometrics ได้พัฒนาให้การวิเคราะห์ IRT ทำได้สะดวกขึ้นอย่างมาก
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปแนวคิดพื้นฐานของ IRT อธิบายความหมายและการแปลผลพารามิเตอร์ที่สำคัญ ตลอดจนการประยุกต์ใช้ IRT วิเคราะห์คุณภาพ MCQs ได้อย่างเหมาะสม
เอกสารอ้างอิง
Hambleton RK, Swaminathan H, Rogers HJ. Fundamentals of item response theory. Newbury Park (CA): Sage Publications; 1991. Available at: https://www.academia.edu/30496631/Fundamentals_of_Item_Response_Theory
Kean J, Brodke DS, Biber J, Gross P. An introduction to Item Response Theory and Rasch Analysis of the Eating Assessment Tool (EAT-10). Brain Impair. 2018; 19: 91–102. doi:10.1017/BrImp.2017.31.
Kumar D., Jaipurkar R., Shekhar A., Sikri G., V Srinivas. Item analysis of multiple-choice questions: A quality assurance test for an assessment tool. Med J Armed Forces India. 2021;77(Suppl 1):S85–S89. doi: 10.1016/j.mjafi.2020.11.007
StataCorp LLC. IRT (item response theory) [Internet]. College Station (TX): StataCorp LLC; [cited 2026 Jul 11]. Available from: https://www.stata.com/features/overview/irt/
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารแพทยศาสตรศึกษาสำหรับบุคลากรทางการแพทย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารแพทยศาสตรศึกษาสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ (การศึกษาวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข) เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักส่งเสริม สนับสนุนการผลิต พัฒนาแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์
