บทความวิจัย แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1
คำสำคัญ:
แรงจูงใจในการปฏิบัติงาน, ประสบการณ์การทำงาน, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ระยองเขต 1 และ เพื่อเปรียบเทียบแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู จำแนกตามตำแหน่ง ระดับการศึกษา และประสบการณ์การทำงานของผู้ตอบแบบสอบถาม ตัวอย่างจำนวน 331 คน สุ่มจากครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ระยองเขต 1 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถาม ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่น 0.98 วิเคราะห์ข้อมูลโดยหา ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบที และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว
ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1 โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ ด้านความสำเร็จในการทำงาน รองลงมาคือ ด้านลักษณะของงานที่ปฏิบัติ และด้านที่มีค่าเฉลี่ย น้อยที่สุดคือ ด้านเงินเดือน 2) ผลการเปรียบเทียบแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1 จำแนกตามตำแหน่งและวิทยฐานะ โดยรวมไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่ผลการเปรียบเทียบแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู จำแนกตามประสบการณ์ทำงาน โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
กิตติคุณ ดรพงษ์พานิช. (2562). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด. [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต] สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
กิตติพงษ์ สังข์พิน. (2564). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3. [วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต] สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
จักรี ศรีจารุเมธีญาณ และสุรศักดิ์ อุดเมืองเพีย. (2563). แรงจูงใจในการทำงาน. วารสาร มจร.อุบลปริทรรศน์. 5, (1). 424-436.
ณัฐดนัย ไทยถาวร, (2561). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนระดับประถมศึกษา จังหวัดสระบุรีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.[วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีนิราวัลย์ ศรีทอง (2563)
ธีรพงษ์ ประสพสุข. (2563). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 1. [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต] สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
นิราวัลย์ ศรีทอง, (2563). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เขตพื้นที่บางพระ. [สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยบูรพา.บุญชม ศรีสะอาด, 2560(ภัทราลี แน่นอน, 2565)
ประเสริฐ อุไร. (2559). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของพนักงานกรณีศึกษา บริษัทเอจีซีออโตโมทีฟ(ประเทศไทย) จำกัด. [สารนิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยเกริก.ภารดี อนันต์นาวี (2557, น.23-25)
รุ่งทิวา วิบูลย์พันธ์. (2562). ศึกษาขวัญและกาลังใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2. [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
วรรณา อาวรณ์. (2557). แรงจูงใจในการทางานกับความผูกพันต่อองค์การของข้าราชการรัฐสภาระดับปฏิบัติงาน สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. [วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยเกริก.
วัชริศ เจริญกุล, (2563). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโณงเรียนบ้านยางสูง [สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศิปกร
ศิริวรรณ อินทสโร. (2560). แนวทางในการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของ ข้าราชการครูในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นการศึกษา ประถมศึกษาสตูล. [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
สุภารัตน์ กุลโชติ. (2566). แรงจูงใจที่ส่งผลต่อประสิทธิผลในการปฏิบัติงานของบุคลากร สังกัดเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา. [สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Herzberg, F., Mausner, B., & Snyderman, B. B. (1959). The motivation to work (2nd ed.).New York: John Wiley & Sons.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement
Robbins, S. P., & Judge, T. A. (2019). Organizational behavior (18th ed.). Pearson.
ไฟล์ประกอบ
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร