หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์กับการบังคับให้พระภิกษุสละสมณเพศ ก่อนคดีถึงที่สุด : วิเคราะห์ตามหลักนิติธรรมและพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์กับการบังคับให้พระภิกษุสละสมณเพศก่อนคดีอาญาถึงที่สุดตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 โดยศึกษาหลักกฎหมายไทย หลักพระธรรมวินัย หลักนิติธรรม หลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ตลอดจนวิเคราะห์ผลกระทบของการใช้มาตรการดังกล่าวต่อสิทธิของพระภิกษุและต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม
ผลการศึกษาพบว่า แม้มาตรการให้พระภิกษุสละสมณเพศก่อนคดีถึงที่สุดมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองความสงบเรียบร้อยของคณะสงฆ์และรักษาความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา แต่การใช้มาตรการที่ส่งผลให้พระภิกษุสูญเสียสถานภาพแห่งสมณเพศก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุด อาจก่อให้เกิดข้อพิจารณาเกี่ยวกับความสอดคล้องกับหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ หลักความได้สัดส่วน และหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยเฉพาะในกรณีที่ภายหลังศาลมีคำพิพากษาว่าพระภิกษุไม่มีความผิด ซึ่งกฎหมายไทยยังขาดกลไกเฉพาะในการฟื้นฟูสถานะและเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้น
ผู้ศึกษาจึงมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ การปรับปรุงกฎหมายควรมุ่งสร้างดุลยภาพระหว่างการคุ้มครองพระพุทธศาสนากับการคุ้มครองสิทธิของพระภิกษุ โดยกำหนดหลักเกณฑ์การใช้ดุลยพินิจที่ชัดเจนและพัฒนากลไกการเยียวยาที่เหมาะสม อันจะช่วยเสริมสร้างความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมและสอดคล้องกับหลักนิติธรรมในสังคมประชาธิปไตย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
กิตติคุณ วงศ์ทองทิว. (2567). หลักความได้สัดส่วนในฐานะกรอบการใช้อำนาจของฝ่ายปกครองและฝ่ายตุลาการ ในคดีปกครองที่เกี่ยวกับวินัยข้าราชการตำรวจ : วิเคราะห์ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ของคำพิพากษาศาลปกครองระยอง ในคดีหมายเลขแดงที่ บ. 34/2566. ใน โครงการประกวดบทความวิชาการด้านกฎหมายปกครองและกระบวนการยุติธรรมทางปกครอง. สำนักงานศาลปกครอง.
พนัธภูมิ อาวุธเพชร. (ม.ป.ป.). ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการกระทำความผิดของพระภิกษุและการบังคับใช้กฎหมายอาญากับพระภิกษุ. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2569, จาก http://www.lawgrad.ru.ac.th/ AbstractsFile/6624010051/1770023204f060e3ec5c58c06953f089c143b04c31_abstract.pdf
พระครูวินัยธรจักรี ศรีจารุเมธีญาณ สัญญา เคณาภูมิ และวิทยา เจริญศิริ. (2559). บทบาทพระสงฆ์ไทยในสังคมยุคโลกาภิวัตน์. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 4(1), 275-287.
พระนิทัศน์ วงศ์วังเพิ่ม และบัณฑิต ขวาโยธา. (2568). ปัญหาทางกฎหมายที่เกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญา ของพระภิกษุตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2505. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 8(4), 161-172.
ศาลรัฐธรรมนูญ. (2565). หลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2569, จาก https://occ_th.constitutionalcourt.or.th/article_detail/หลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน. (2564). หลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์: ความหมายเชิงหลักการและความเป็นจริงในคดีที่เกี่ยวข้องกับการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2569, จาก https://tlhr2014.com/archives/29273
Thairath. (2563, 23 กันยายน). อุทธรณ์ยกฟ้อง อดีตพระพรหมดิลก ไม่ผิดฟอกเงิน 5 ล้าน วัดสามพระยา. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2569, จาก https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1935435