วิเคราะห์การพิจารณาขันธ์ 5 ในการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาตามอัสสาทสูตร
คำสำคัญ:
อัสสาทสูตร, ขันธ์ 5, วิปัสสนาภาวนา, อัสสาทะ, นิสสรณะบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสารัตถะธรรมที่ปรากฏในอัสสาทสูตร และ 2) เพื่อวิเคราะห์การพิจารณาขันธ์ 5 ในการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาตามอัสสาทสูตร เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพแบบวิจัยเอกสาร โดยศึกษาข้อมูลปฐมภูมิจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยเฉพาะอัสสาทสูตรในสังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ตลอดจนพระสูตรที่เกี่ยวข้อง อรรถกถา คัมภีร์วิสุทธิมรรค และข้อมูลทุติยภูมิจากหนังสือ บทความ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบบันทึกและวิเคราะห์ข้อมูลเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา การตีความเชิงพุทธปรัชญา และการสังเคราะห์เชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า
1) สารัตถะธรรมสำคัญในอัสสาทสูตรประกอบด้วยหลัก 3 ประการ ได้แก่ อัสสาทะ อาทีนวะ และนิสสรณะ โดยอัสสาทะหมายถึงสุขและโสมนัสที่อาศัยขันธ์ 5 เกิดขึ้น อันเป็นเหตุให้จิตเกิดความพึงพอใจและมีแนวโน้มเข้าไปยึดติด อาทีนวะหมายถึงการเห็นรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และมีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ส่วนนิสสรณะหมายถึงการกำจัดและละฉันทราคะในขันธ์ 5 อันเป็นการสลัดออกจากความยึดมั่น 2) การพิจารณาขันธ์ 5 ในการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาสามารถอธิบายเป็นกระบวนการพัฒนาปัญญาที่ต่อเนื่อง ได้แก่ การกำหนดรู้ขันธ์ตามสภาวะ การรู้เท่าทันเหตุแห่งความพึงพอใจ การเห็นโทษและข้อจำกัดของขันธ์ตามไตรลักษณ์ การคลายความกำหนัด และการละความยึดมั่น ผลการศึกษาจึงชี้ว่า อัสสาทะ อาทีนวะ และนิสสรณะมิใช่หลักธรรมที่แยกขาดจากกัน แต่เป็นกระบวนการทางปัญญาที่สัมพันธ์กันอย่างเป็นลำดับ โดยผู้วิจัยสังเคราะห์เป็น AAN–5K Insight Process Model ซึ่งแสดงความสัมพันธ์ระหว่างขันธ์ 5 กับกระบวนการรู้สิ่งที่จิตติดข้อง เห็นความจริงของสิ่งที่ยึดถือ และคลายความยึดมั่น อันเป็นกรอบสำคัญในการอธิบายการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาตามอัสสาทสูตรอย่างเป็นระบบ
เอกสารอ้างอิง
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระจีระวัฒน์ วงษ์ชาติ, และธานี สุวรรณประทีป. (2566). วิเคราะห์การปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาในอัตตทีปสูตร. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 5(5), 1143–1150.
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jemri/article/view/263062
พระทรงชัย พิประโคน, และวิโรจน์ คุ้มครอง. (2565). การปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาในสัตตัฏฐานสูตร. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 5(2), 585–595.
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jmhs1_s/article/view/256932
พระมหาชิต ฐานชิโต, และพระครูพิหารธรรมาทร. (2559). ศึกษาการกำหนดรู้ทวิปัญจวิญญาณจิตในการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา. วารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์, 2(1), 75–86. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/Palisueksabuddhaghosa/article/view/240912
พระสมหวัง สติสมฺปนฺโน. (2564). ศึกษารูปแบบการพิจารณาขันธ์ ๕ ในเผณปิณฑูปมสูตร. วารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์, 7(2), 140–151. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/Palisueksabuddhaghosa/article/view/249945
พัทธอร รุ่งโรจน์, พระเมธีวรญาณ (สายเพชร วชิรเวที), และสุเทพ พรมเลิศ. (2568). การศึกษาวิเคราะห์การละสักกายทิฏฐิในจูฬเวทัลลสูตร. วารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์, 9(2), 15–27. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jmb/article/view/284960
Anālayo. (2003). Satipaṭṭhāna: The direct path to realization. Windhorse Publications.
Berkovich-Ohana, A., Brown, K. W., Gallagher, S., Barendregt, H., Bauer, P., Giommi, F., Nyklíček, I., Ostafin, B., Raffone, A., Slagter, H. A., Trautwein, F.-M., Vago, D. R., & Amaro, A. (2024). Pattern theory of selflessness: How meditation may transform the self-pattern. Mindfulness, 15(8), 2114–2140. https://doi.org/10.1007/s12671-024-02418-2
Bodhi, B. (Trans.). (2000). The connected discourses of the Buddha: A translation of the Saṃyutta Nikāya.
Gallagher, S., Raffone, A., Berkovich-Ohana, A., Barendregt, H. P., Bauer, P. R., Brown, K. W., Giommi, F., Nyklíček, I., Ostafin, B. D., Slagter, H., Trautwein, F.-M., & Vago, D. R. (2024). The self-pattern and Buddhist psychology. Mindfulness, 15(4), 795–803. https://doi.org/10.1007/s12671-023-02118-3
Karunamuni, N. D. (2015). The five-aggregate model of the mind. SAGE Open, 5(2), 1–7. https://doi.org/10.1177/2158244015583860
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธศาสน์สังคมร่วมสมัย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
