รูปแบบการพัฒนาวัดตามหลักสัปปายะ 4 ในจังหวัดสุรินทร์
คำสำคัญ:
การบริหารวัด, การพัฒนาวัด, จังหวัดสุรินทร์, พหุวัฒนธรรม, สัปปายะ 4บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาหลักสัปปายะ 4 ในพระพุทธศาสนา 2) วิเคราะห์การประยุกต์ใช้หลักสัปปายะ 4 ในการพัฒนาวัด และ 3) เสนอรูปแบบการพัฒนาวัดตามหลักสัปปายะ 4 ที่เหมาะสมกับบริบทจังหวัดสุรินทร์ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาข้อมูลจากพระไตรปิฎก อรรถกถา หนังสือ เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ พระสังฆาธิการ 7 รูป นักวิชาการ 4 คน ผู้นำชุมชน 7 คน และประชาชน 7 คน รวม 25 รูป/คน จากวัดตัวอย่างในจังหวัดสุรินทร์ จำนวน 7 แห่ง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบศึกษาเอกสารและแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา การจัดหมวดหมู่ การเปรียบเทียบ และการสังเคราะห์เชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า
1) สัปปายะเป็นปัจจัยที่เหมาะสมและเกื้อกูลต่อการดำรงชีวิต การศึกษา และการปฏิบัติธรรม โดยผู้วิจัยสังเคราะห์เป็น 4 ด้าน ได้แก่ อาวาสสัปปายะ อาหารสัปปายะ บุคคลสัปปายะ และธรรมสัปปายะ ซึ่งเชื่อมโยงความพร้อมทางกาย สังคม และจิตใจ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาศีล สมาธิ และปัญญา 2) วัดในจังหวัดสุรินทร์ประยุกต์ใช้หลักสัปปายะ 4 ผ่านการจัดพื้นที่ให้สงบและเป็นสัดส่วน การดูแลสุขาภิบาลและโภชนาการ การบริหารงานแบบโปร่งใสและมีส่วนร่วม และการเผยแผ่ธรรมะให้เหมาะสมกับประชาชนทุกช่วงวัย อย่างไรก็ตาม ยังพบข้อจำกัดด้านพื้นที่และเสียงรบกวน ภาวะโภชนาการของพระสงฆ์ การสื่อสารระหว่างวัดกับชุมชน และการเข้าถึงเยาวชน 3) รูปแบบที่เสนอคือ S4C MODEL: Sappāya 4 for Contextual Temple Developmen ประกอบด้วย การจัดการพื้นที่อย่างเหมาะสม การจัดการสุขาภิบาลและโภชนาการ การบริหารแบบร่วมมือ และการสื่อสารธรรมะตามบริบท โดยดำเนินการผ่านการวิเคราะห์บริบท การวางแผนแบบมีส่วนร่วม การดำเนินงาน และการติดตามปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
การบูรณาการปัจจัยทั้งสี่ผ่านความร่วมมือระหว่างวัด ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งปรับให้สอดคล้องกับบริบทพหุวัฒนธรรมไทย เขมร กูย ลาว ส่งผลให้วัดเป็นพื้นที่ปฏิบัติธรรม ศูนย์กลางการเรียนรู้ และพื้นที่ความร่วมมือของชุมชนอย่างสมดุล
เอกสารอ้างอิง
กรมการพัฒนาชุมชน. (2547). เอกสารวิชาการ การจัดการความรู้การพัฒนาชุมชน: องค์ความรู้การพัฒนาชุมชน ชุดที่ 1. กรุงเทพมหานคร: บีทีเอส เพรส.
ณัฏฐยชญ์ บุญสด. (2564). การปรับตัวของแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม จังหวัดสุรินทร์ [วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวัฒนธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม].
โชติ กัลยาณมิตร. (2539). สถาปัตยกรรมแบบไทยเดิม. พิมพ์ครั้งที่ 2. โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
พระครูศรีรัตนธรรมนิเทศ (ปกานนท์ พิลาพันธุ์). (2556). รูปแบบการบริหารจัดการสำนักปฏิบัติกัมมัฏฐานของผู้นำชาวพุทธในประเทศอังกฤษ [วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย].
พระพรชาติ พุทฺธสโร (ภาคพรม). (2561). การศึกษาหลักสัปปายะที่เกื้อกูลต่อการปฏิบัติธรรมของสำนักปฏิบัติธรรมในเขตจังหวัดสุรินทร์ [วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย].
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2557). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม (พิมพ์ครั้งที่ 27). โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหากังวาล ธีรธมฺโม (ศรชัย). (2557). การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด [ดุษฎีนิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย].
พระมหาอนุชา สิริวณฺโณ (พละกุล). (2556). การศึกษาพระสงฆ์กับการพัฒนาท้องถิ่น: กรณีศึกษาวัดเทพปูรณาราม ตำบลท่าพระ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น [วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการพัฒนาสังคม, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์].
พระมหาวิชัย ยติชโย (ฤทธิ์วิรุฬห์). (2551). การศึกษาการพัฒนาวัดนาคเป็นสำนักปฏิบัติธรรมในคัมภีร์พระพุทธศาสนา [วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย].
พระราชรัตนมุนี (ชัยวัฒน์ ปญฺญาสิริ). (2538). การจัดสาธารณูปการและสาธารณสงเคราะห์ของวัด. โรงพิมพ์การศาสนา.
แม่ชีเณรัชฌา ศักดิ์ศิริสัมพันธ์. (2556). พุทธวิธีบริหารเพื่อการพัฒนาสำนักปฏิบัติธรรม [ดุษฎีนิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย].
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ และพระยาอนุมานราชธน. (2521). บันทึกเรื่องความรู้ต่าง ๆ เล่ม 4. โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช.
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ. (2515). สาส์นสมเด็จ เล่ม 9. พิมพ์ครั้งที่ 2. โรงพิมพ์คุรุสภา.
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ. (2526). สาส์นสมเด็จ เล่ม 14. พิมพ์ครั้งที่ 2. โรงพิมพ์คุรุสภา.
อุทัย สติมั่น. (2555). การพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้สำหรับสำนักปฏิบัติธรรมในประเทศไทย [ดุษฎีนิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย].
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธศาสน์สังคมร่วมสมัย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
