การสร้างภูมิคุ้มกันและเพิ่มขีดความสามารถของการกำจัดขยะมูลฝอยเพื่อผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าของจังหวัดตาก
คำสำคัญ:
การสร้างภูมิคุ้มกัน, ขีดความสามารถ, ขยะมูลฝอยบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาวิธีการสร้างภูมิคุ้มกัน ประโยชน์ และผลกระทบที่ประชาชนจะได้รับจากการผลิตไฟฟ้าด้วยขยะมูลฝอยที่จะเกิดในอนาคต 2) สร้างภูมิคุ้มกันแบบมีส่วนร่วม ความเข้าใจ ตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ด้านมลพิษกับภาคประชาชน เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้เทคนิคการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ที่อยู่อาศัยในเขตอำเภอเมืองตาก ทั้ง 11 ตำบลโดยการแบ่งเป็นการโฟกัสกรุ๊ปทั้งหมด 4 กลุ่ม ๆ ละ 8 คนรวมเป็น 32 และกลุ่มของผู้นำท้องถิ่น อีกจำนวน 2 กลุ่มๆละ 8 คน รวมเป็น 16 คน และสอบถามด้วยการพูดคุยกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอีก 5 กลุ่มๆ ละ10 คน รวมเป็น 50 คน เครื่องมือที่ใช้การวิจัย คือ การทำ Focus group การทำงานร่วมกัน แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม การทำ SWOT และการทำเวทีประชาคมที่นำมาใช้ในการวิจัย
ผลการวิจัยพบว่า ในการสร้างภูมิคุ้มกันประโยชน์และผลกระทบที่ประชาชนจะได้รับจากการผลิตไฟฟ้าด้วยขยะมูลฝอย ที่ค้นพบมี 3 ประเด็นคือ 1) ภูมิคุ้มกันด้านกระบวนการส่วนร่วม (Social License to Operate) โดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน การคัดเลือกเทคโนโลยี และการติดตามตรวจสอบ (Monitoring) 2) ภูมิคุ้มกันด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับประเภทของขยะในพื้นที่ มีการติดตั้งระบบบำบัดมลผิษทางอากาศที่เป็นไปตามมาตรฐาน 3) ภูมิคุ้มกันด้านกองทุนและสวัสดิการ เพื่อนำกลับมาพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ทั้งในด้านการศึกษา สาธารณสุข และการลดค่าไฟฟ้าให้คนในพื้นที่
องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยเรื่อง การสร้างภูมิคุ้มกันและเพิ่มขีดความสามารถของการกำจัดขยะมูลฝอยเพื่อผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าของจังหวัดตาก ปัจจัยที่สำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกัน คือ สถาบันครอบครัวเป็นกลไกหลักในการกำหนดบรรทัดฐาน (Norms) โดยเฉพาะเรื่องการคัดแยกขยะ การมีส่วนร่วมเพื่อลดความหวาดระแวงต่อโครงการภาครัฐ การสร้างภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืนที่สุดของโรงไฟฟ้าขยะในอนาคตคือระบบความสัมพันธ์ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ระหว่างโรงไฟฟ้ากับชุมชน โดยมีสถาบันครอบครัวเป็นพื้นฐานในการสร้างค่านิยมใหม่ด้านสิ่งแวดล้อม
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: (2551).การจัดการขยะมูลฝอย อย่างครบวงจรคู่มือสำหรับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. (พิมพ์ครั้งที่ 4) . กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ คุรุสภาลาดพร้าว.
กรมควบคุมมลพิษ. (2547). การจัดการขยะมูลฝอยชุมชนอย่างครบวงจร: คู่มือสำหรับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. พิมพ์ครั้งที่ 4, กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม: (2545). การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ ดอกเบี้ย.
ธงชัย ทองทวี. (2553). สภาพปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย องค์การบริหารส่วนตำบลหนองขาม อำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา. โครงงานวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี.
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. (2549). คู่มือการบริหารจัดการขยะมูลฝอยแบบครบวงจร ฝ่ายการจัดการสิ่งแวดล้อม ศูนย์การจัดการด้านพลังงานสิ่งแวดล้อมความปลอดภัยและอาชีว อนามัย (EESH). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี.
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย สถาบันดำรงราชานุภาพ. (2543). รายงานผลการศึกษาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวง มหาดไทย.
อดิศักดิ์ โรจนาพงษ์. (2551). แนวทางการจัดการขยะมูลฝอยอินทรีย์ในอุทยานแห่งชาติ. กรุงเทพฯ: สำนักอุทยานแห่งชาติกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช.
ธารินี จริยาปยุกต์เลิศ, จินดาลักษณ์ วัฒนสินธุ์, และเกษมศานต์ โชติชาครพันธุ์. (2566). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับโรงไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชนของประชาชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารบัณฑิตแสงโคมคำ, 8(2), 364–386. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jsbs/article/view/262373
ทนงศักดิ์ ปัดสินธุ์. (2561). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะมูลฝอยของชุมชน ตำบลหนองกุงสวรรค์ อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม. สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัย ราชภัฏ มหาสารคาม.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธศาสน์สังคมร่วมสมัย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
