นโยบายการใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) วารสารพุทธศาสน์สังคมร่วมสมัย

2026-04-01
นโยบายการใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI)

วารสารพุทธศาสน์สังคมร่วมสมัย
(Journal of Contemporary Buddhist Society: JCBS)

วารสารพุทธศาสน์สังคมร่วมสมัยตระหนักถึงการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ซึ่งมีแนวโน้มถูกนำมาใช้มากขึ้นในการจัดทำต้นฉบับบทความวิชาการ เพื่อให้การใช้เครื่องมือดังกล่าวเป็นไปอย่างเหมาะสม โปร่งใส และสอดคล้องกับจริยธรรมการวิจัยและการตีพิมพ์ วารสารจึงกำหนดนโยบายการใช้เครื่องมือ AI สำหรับการจัดทำบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสาร โดยยึดหลักความรับผิดชอบทางวิชาการ ความซื่อสัตย์สุจริต และความน่าเชื่อถือของผลงานทางวิชาการ

1. สำหรับผู้เขียน (Authors)

     1) ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้อง ความสมบูรณ์ และความน่าเชื่อถือของต้นฉบับทุกประการ โดยต้องตรวจสอบและปรับแก้ต้นฉบับอย่างรอบคอบก่อนยืนยันการส่งบทความเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ ผู้เขียนต้องรับรองว่าบทความเป็นผลงานต้นฉบับ ไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น และเกิดจากการมีส่วนร่วมทางวิชาการของผู้เขียนอย่างแท้จริง
     2) วารสารอนุญาตให้ผู้เขียนใช้เครื่องมือ AI ได้เฉพาะเพื่อช่วยปรับปรุงด้านภาษา ความชัดเจน และความสามารถในการอ่านของต้นฉบับ เช่น การตรวจไวยากรณ์ การสะกดคำ เครื่องหมายวรรคตอน การปรับสำนวน หรือการจัดรูปแบบข้อความ ทั้งนี้ ผู้เขียนยังคงต้องรับผิดชอบโดยสมบูรณ์ต่อเนื้อหา ข้อเท็จจริง การตีความ และความถูกต้องของบทความ ไม่อนุญาตให้ใช้ AI ในการสร้างเนื้อหาวิชาการโดยอัตโนมัติแทนผู้เขียน
     3) วารสารไม่อนุญาตให้ผู้เขียนใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูล การเขียนผลการวิจัย การแปลความหมายผลทางสถิติ หรือการสรุปผลลัพธ์ของงานวิจัย เว้นแต่ AI นั้นจะเป็นส่วนหนึ่งของระเบียบวิธีวิจัยโดยตรง ซึ่งผู้เขียนต้องอธิบายไว้อย่างชัดเจนในส่วนวิธีดำเนินการวิจัย โดยระบุชื่อเครื่องมือ รุ่นหรือเวอร์ชัน ลักษณะการใช้งาน เหตุผลในการใช้ และรายละเอียดที่ทำให้สามารถตรวจสอบหรือทำซ้ำได้อย่างโปร่งใส ทั้งนี้ การใช้ AI ต้องไม่เกินร้อยละ 30 ของกระบวนการที่เกี่ยวข้อง
     4) วารสารไม่อนุญาตให้ผู้เขียนใช้ AI ในการสร้าง แก้ไข เพิ่ม ลบ หรือบดบังองค์ประกอบของภาพ ตาราง แผนภาพ หรือสื่อประกอบในต้นฉบับ อันอาจทำให้ข้อมูลเปลี่ยนแปลงหรือคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ยกเว้นการปรับเชิงเทคนิคทั่วไป เช่น ความสว่าง ความคมชัด หรือสมดุลสี โดยต้องไม่กระทบต่อสาระสำคัญของข้อมูลเดิม
     5) ห้ามระบุชื่อ AI เป็นผู้เขียนหรือผู้เขียนร่วม และไม่อาจอ้าง AI ในฐานะผู้ประพันธ์ เนื่องจากความเป็นผู้เขียนเป็นความรับผิดชอบทางวิชาการและจริยธรรมที่มนุษย์เท่านั้นสามารถรับผิดชอบได้

2. สำหรับบรรณาธิการ (Editors)

     1) หากบรรณาธิการตรวจสอบพบว่าต้นฉบับมีการสร้างหรือแต่งเนื้อหาโดยใช้ AI ในลักษณะที่ขัดต่อนโยบายของวารสาร บรรณาธิการมีสิทธิ์ปฏิเสธต้นฉบับทันที
     2) บรรณาธิการต้องรักษาข้อมูลทั้งหมดในต้นฉบับไว้เป็นความลับ ห้ามเปิดเผย คัดลอก หรือส่งต่อข้อมูลแก่บุคคลภายนอก รวมทั้งห้ามนำต้นฉบับหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของต้นฉบับเข้าสู่ระบบ AI เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านการรั่วไหลของข้อมูลและการละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา
     3) บรรณาธิการต้องใช้ดุลยพินิจทางวิชาการและการคิดเชิงวิพากษ์ในการพิจารณาต้นฉบับเบื้องต้น และไม่ควรใช้เครื่องมือ AI เพื่อประเมินคุณภาพบทความหรือช่วยตัดสินใจด้านบรรณาธิการ เนื่องจากอาจก่อให้เกิดข้อสรุปที่คลาดเคลื่อน ไม่ครบถ้วน หรือมีอคติ

3. สำหรับผู้ประเมินบทความ (Reviewers)

     1) ผู้ประเมินต้องถือว่าต้นฉบับที่ได้รับเป็นเอกสารลับ ห้ามเปิดเผย คัดลอก หรือส่งต่อข้อมูลในต้นฉบับ รวมทั้งห้ามนำต้นฉบับหรือส่วนใดส่วนหนึ่งเข้าสู่ระบบ AI เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลและการละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา
     2) ผู้ประเมินต้องไม่ใช้เครื่องมือ AI เพื่อวิเคราะห์ สรุป วิจารณ์ หรือให้ข้อเสนอแนะต่อบทความในทุกกรณี ทั้งนี้เพื่อรักษามาตรฐานการประเมินบทความให้เป็นไปอย่างละเอียด ถูกต้อง โปร่งใส และปราศจากอคติ

4. หลักการสำคัญของวารสาร

วารสารพุทธศาสน์สังคมร่วมสมัยยืนยันว่าการใช้ AI ไม่อาจทดแทนความรับผิดชอบทางวิชาการของผู้เขียน การใช้ดุลยพินิจของบรรณาธิการ และการประเมินเชิงวิชาการของผู้ทรงคุณวุฒิได้ การใช้เทคโนโลยีดังกล่าวจึงต้องอยู่ภายใต้หลักความโปร่งใส ความซื่อสัตย์สุจริต และจริยธรรมการตีพิมพ์อย่างเคร่งครัด เพื่อคงไว้ซึ่งคุณภาพและความน่าเชื่อถือของวารสาร