ความสัมพันธ์ระหว่างการสนับสนุนทางสังคมและการรับรู้ความสามารถของตนเองกับความเมตตากรุณาต่อตนเองของพยาบาลวิชาชีพ จังหวัดเพชรบูรณ์
ความสัมพันธ์ระหว่างการสนับสนุนทางสังคมและการรับรู้ความสามารถของตนเองกับความเมตตากรุณาต่อตนเองของพยาบาลวิชาชีพ จังหวัดเพชรบูรณ์
คำสำคัญ:
การสนับสนุนทางสังคม, การรับรู้ความสามารถของตนเอง, ความเมตตากรุณาต่อตนเอง, พยาบาลวิชาชีพบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาระดับการสนับสนุนทางสังคม การรับรู้ความสามารถของตนเอง และความเมตตากรุณาต่อตนเอง และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการสนับสนุนทางสังคม และการรับรู้ความสามารถของตนเองกับความเมตตากรุณาต่อตนเองของพยาบาลวิชาชีพ จังหวัดเพชรบูรณ์กลุ่มตัวอย่างคือพยาบาลวิชาชีพ จำนวน 319 คน สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามประกอบด้วยข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามการสนับสนุนทางสังคม การรับรู้ความสามารถของตนเอง และความเมตตากรุณาต่อตนเอง ซึ่งผู้วิจัยได้สร้างขึ้นมาด้วยตนเอง โดยมีค่าความเชื่อมั่น .887, .859 และ .725 ตามลำดับ และมีค่าความเที่ยงตรงอยู่ระหว่าง 0.67–1.0 สถิติที่ใช้ ได้แก่ ความถี่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมุติฐานด้วยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 ผลการวิจัยพบว่า 1) การสนับสนุนทางสังคมของพยาบาลวิชาชีพ (𝑥̅ = 3.74, S.D. = 0.474) การรับรู้ความสามารถของตนเองของพยาบาลวิชาชีพ (𝑥̅ = 3.88, S.D. = 0.487) และความเมตตากรุณาต่อตนเองของพยาบาลวิชาชีพ (𝑥̅ = 3.90, S.D. = 0.437) ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) การสนับสนุนทางสังคมของพยาบาลวิชาชีพ มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความเมตตากรุณาต่อตนเอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r = .467) และ 3) การรับรู้ความสามารถของตนเองของพยาบาลวิชาชีพ มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความเมตตากรุณาต่อตนเอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r = .725) จากผลการวิจัยจึงควรให้การสนับสนุนเกี่ยวกับข้อมูลทรัพยากรตลอดจนกำลังใจ และจัดให้มีกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างการรับรู้ความสามารถของพยาบาลในองค์กร
เอกสารอ้างอิง
กมล โพธิเย็น. (2566). การสร้างเสริมความสุขในชีวิตด้วยแนวคิดความเมตตากรุณาต่อตนเอง Enhancing happiness in life with the concept of Self-compassion. วารสาร ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 21(2), 14-16.
ทัศนีย์ สิริมพมณี และ คณะ. (2563). การรับรู้ภาระงาน สัมพันธภาพในงาน การสนับสนุนทางสังคม
ต่อความเหนื่อยหน่ายในงานของพยาบาลวิชาชีพ โดยมีอิทธิบาทสี่ เป็นตัวแปรกำกับ Perceived Workload, Work Relationship, Social Support and Job Burnout among Registered Nurses with Iddhipada 4 as the Moderator. วารสาร พยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 30(2), 58–59.
นันทวดี วงค์บุตร. (2566). Development of self-leadership among registered nurses after COVID-19 pandemic. Journal of Nurses Association of Thailand Northern Office, 29(1), 131–143. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jnorthnurse/article/view/263299
บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
ลัญชนา พิมพันธ์ชัยบูลย์ และ คณะ. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างแรงสนับสนุนทางสังคม กับความเครียดของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภท. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 37(3), 4-5.
สภาการพยาบาล. (2567). ข้อมูลการขาดแคลนกำลังคนสาขาพยาบาลในระบบบริการสาธารณสุขไทยและข้อเสนอแนะการแก้ไข. สืบค้น 26 กุมภาพันธ์2567, จาก https://www.tnmc.or.th/ news/373.
สุวภา สังข์ทอง. (2554). การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการเผชิญความเครียด การสนับสนุนทางสังคม และความเหนื่อยหน่ายในการทำงาน กรณีศึกษา : หน่วยงานราชการแห่งหนึ่งในสังกัดกรุงเทพมหานคร. [ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ ภาควิชาจิตวิทยาคณะศิลปะศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]. ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
Bandura, A. (1977). Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychological Review, 84(2), 191-215.
Boonsrangsom, W. (2013). The relationship between perceived stress and happiness of university students with self-compassion as a mediator (Master’s thesis, Chulalongkorn University, Thailand). Chulalongkorn University Institutional Repository.
Bronfenbrenner, U. (1979). The ecology of human development: Experiments by nature and design. Cambridge, MA: Harvard University Press.
Gilbert, P. (2009). The Compassionate Mind: A New Approach to Life’s Challenges. Oakland Canada: New York, NY : Routledge.
House, J. S. (1987). Social support and social structure. Sociological Forum, 2(1), 135-146.
Lazarus, R. S., & Folkman, S. (1984). Stress, Appraisal, and Coping. Springer.
Neff, K. D. (2011). Self-Compassion: The Proven Power of Being Kind to Yourself. HarperCollins.
Neff, K. D., & Dahm, K. A. (2015). Self-compassion: What it is, what it does, and how it relates to mindfulness. In B. D. Ostafin, M. D. Robinson, & B. P. Meier (Eds.), Handbook of mindfulness and self-regulation (pp. 121 137). Springer Science + Business Media. https://doi.org/10.1007/978-1 4939-2263-5_10
Shapira, L.B, & Mongrain, M. (2010). The benefits of self-compassion and optimism exercises for individuals vulnerable to depression. The journal of Positive Psychology, 5, 377-342.
Smith, G. D., & Yang, F. (2017). Stress, resilience and psychological well-being in Chinese undergraduate nursing students. Nurse Education Today, 49, 90–95. https://doi.org/10.1016/j.nedt.2016.10.004
Thompson, W., et al. (2019). Factors associated with antibiotic prescribing for adults with acute conditions: An umbrella review across primary care and a systematic review focusing on primary dental care. Journal of Antimicrobial Chemotherapy, 74(8), 2139–2152. https://doi.org/10.1093/jac/dkz152
Yamane, Taro. (1967). Statistics, An Introductory Analysis,2 Ed., New York : Harper and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สมาคมจิตวิทยาแนะแนวแห่งประเทศไทย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สมาคมจิตวิทยาแนะแนวแห่งประเทศไทย
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสมาคมจิตวิทยาแนะแนวแห่งประเทศไทย และบุคลากรท่านอื่น ๆ ใน สมาคมฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว