ผลของการใช้แรงเสริมทางบวกด้วยการ์ดสะสมคะแนน ที่ส่งผลต่อการเพิ่มพฤติกรรมตรงต่อเวลาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนจักราชวิทยา อำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
เสริมแรงทางบวก, การ์ดสะสมคะแนน, พฤติกรรมตรงต่อเวลาบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบศึกษากลุ่มเดียววัดสองครั้ง มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาผลของการใช้แรงเสริมทางบวกด้วยการ์ดสะสมคะแนน ต่อการเพิ่มพฤติกรรมตรงต่อเวลาของนักเรียน และ (2) ศึกษาผลของการใช้แรงเสริมทางบวกที่มีต่อความคงทนของการเพิ่มพฤติกรรมตรงต่อเวลาของนักเรียน กลุ่มตัวอย่าง เป็น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนจักราชวิทยา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 113 คน โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบไปด้วย เครื่องมือในการทดลอง คือ แผนการปรับพฤติกรรมการตรงต่อเวลาของนักเรียน โดยใช้เทคนิคการเสริมแรงทางบวกด้วยการ์ดสะสมคะแนน และเครื่องมือในการเก็บข้อมูล คือ แบบบันทึกการเข้าเรียนประจำวัน และแบบบันทึกอัตราได้รับการ์ดสะสมคะแนน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าร้อยละ (Percentage) ผลการวิจัยพบว่า (1) การแรงเสริมทางบวกด้วยการ์ดสะสมคะแนน มีประสิทธิภาพในการเพิ่มพฤติกรรมตรงต่อเวลาของนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง และ (2) มีความคงทนในการเพิ่มพฤติกรรมตรงต่อเวลาของนักเรียน โดยมีค่าเฉลี่ยของคะแนนพฤติกรรมตรงต่อเวลาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 113 คน ก่อนการทดลองมีพฤติกรรมตรงต่อเวลา จำนวน 62 คน คิดเป็นร้อยละ 54.87 หลังการทดลองด้วยการเสริมแรงทางบวกด้วยการ์ดสะสมคะแนน มีพฤติกรรมตรงต่อเวลาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 103 คน คิดเป็นร้อยละ 91.15 และระยะติดตามผลนักเรียนมีพฤติกรรมตรงต่อเวลาเพิ่มขึ้นคือจำนวน 107 คน คิดเป็นร้อยละ 94.69
เอกสารอ้างอิง
กัลยา คงน้ำ และสุชาติ พิมพ์พันธ์. (2567). การปรับพฤติกรรมการเข้าชั้นเรียนไม่ตรงเวลา ในรายวิชาหน้าที่พลเมือง ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5/8 โรงเรียนชุมพวงศึกษา จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิชาการวิจัยและนวัตกรรมสังคมศาสตร์ปริทัศน์, 4(1), 30-37.
กาญจนา บุหงอ, กันตวรรณ มีสมสาร และประพนธ์ เจียรกูล. (2562). ผลของการเสริมแรงด้วยเบี้ยอรรถกรที่มีต่อความมีวินัยในตนเอง ของเด็กปฐมวัยในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 7(12), 15-30.
ดาวรุ่ง แสนคำลือ. (2555). ผลของการเสริมแรงด้วยเบี้ยอรรถกรที่มีต่อความมีวินัยในตนเอง ของเด็กปฐมวัยในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ดุสิต แก้วดอนรี และวาระดี ชาญวิรัตน์. (2567). ผลของการจัดการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่มีต่อแรงจูงใจ ในการปฏิบัติงานของพนักงาน. วารสารวนัมฎองแหรกพุทธศาสตรปริทรรศน์, 11(1), 45-60.
ทิพภา ประเสริฐกุล. (2553) การลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในชั้นเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ด้วยเบี้ยอรรถกร. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ปิยะนันท์ หิรัณย์ชโลทร. (2557). พัฒนาการและการเรียนรู้ทางอารมณ์-จิตใจของเด็กปฐมวัยใน เอกสารประกอบการสอนชุดวิชาพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย (หน่วยที่ 3). นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ประไพพรรณ ภูมิวุฒิสาร. (2555). พัฒนาการวัยเด็ก ในเอกสารการสอนชุดวิชาพฤติกรรมวัยเด็ก หน่วยที่ 2. พิมพ์ครั้งที่ 28. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
พัชรมณฑ์ ศุภสุข. (2556). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในเด็กปฐมวัยโดยการเล่านิทานประกอบ. คําถามปลายเปิดแบบมีโครงสร้างควบคู่การเสริมแรงทางสังคม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
พนัส หันนาคินทร์. (2542). หลักการบริหารโรงเรียน. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์วัฒนาพานิช.
พระประสิทธิ์ จารุปญฺโญ. (2561). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาพระพุทธศาสนาโดยใช้กิจกรรม การเสริมแรงทางบวก ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบางระจันวิทยา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ยุราวดี เนื่องโนราช. (2558). จิตวิทยาพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: โอ. เอส. พริ้นติ้ง เฮาส์
ศิริลักษณ์ เบญจภุมริน. (2552). หน้าแนวและแนวทาง 21 ความพยายาม. [ออนไลน์]. สืบค้นจาก http://www.kamsondeedee.com/main/2009-07-31-07-07- 02/855-21
สมโภชน์ เอี่ยมสุภาษิต. (2553). ทฤษฎีและเทคนิคการปรับพฤติกรรม. พิมพครั้งที่ 7. กรุงเทพ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สิริอร วิชชาวุธ. (2554). จิตวิทยาการเรียนรู้. กรุงเทพ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
โสภาภรณ์ วัจนพิสิฐ. (2554). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความคงทนในการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนโดยวิธีสอนแบบแก้ปัญหา ร่วมกับการเสริมแรง กับวิธีสอนตามคู่มือครูของ สสวท.ร่วมกับการเสริมแรง. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยทักษิณ.
สุรจิต คามะสอน. (2548). การส่งเสริมวินัยนักเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของผู้ปกครองนักเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2. สุรินทร์: มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). คู่มือการเสริมสร้างวินัยนักเรียนในสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้านความรับผิดชอบและการตรงต่อเวลา. กรุงเทพ: บริษัทพริกหวานกราฟฟิค จำกัด
ไหมไทย ไชยพันธุ์ และฆอซานะห์ อาแว (2567). การนำทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบการกระทำของสกินเนอร์มาใช้ในการจัดการเรียน การสอนและปรับพฤติกรรมผู้เรียน. วารสารครุทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 4(2), 92-106.
อรุณี หรดาล และบุษบง ตันติวงศ์.(2557). แนวคิดและหลักการในการจัดการปฐมวัยศึกษา ในประมวลสาระชุดวิชาหลักการและแนวคิดทางการปฐมวัยศึกษา. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
อิชยา จีนะกาญจน์. (2554). ผลของการใช้เทคนิคการเสริมแรงด้วยกิจกรรมต่อพฤติกรรมความไม่ใส่ใจการเรียน. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
Bees, E. (2022). Manitoba Education Reforms, White Settler Discourses, and the Marginalization of Indigenous Perspectives. Canada: University of Manitoba.
Skinner, B. F. (1974). About behaviorism. New York: Vintage Books.
White, R. (1959). Motivation Reconsidered: The Concept of Competence. Psychological Review, 66, 279-333.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สมาคมจิตวิทยาแนะแนวแห่งประเทศไทย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สมาคมจิตวิทยาแนะแนวแห่งประเทศไทย
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสมาคมจิตวิทยาแนะแนวแห่งประเทศไทย และบุคลากรท่านอื่น ๆ ใน สมาคมฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว