ผลการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานต่อพฤติกรรมการตั้งใจเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบุญวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน, พฤติกรรมการตั้งใจเรียนบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เปรียบเทียบพฤติกรรมการตั้งใจเรียนก่อนและหลังเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบโครงงานเป็นฐาน และ (2) ประเมินพัฒนาการพฤติกรรมการตั้งใจเรียนภายหลังเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบโครงงานเป็นฐาน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบุญวัฒนา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 40 คน โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1)แผนการจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน 2) แบบประเมินพฤติกรรมการตั้งใจเรียน มีค่าความเที่ยงทั้งฉบับ เท่ากับ .95 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าสถิติ ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย (𝑥̅) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) ละสถิติการทดสอบค่าทีแบบไม่เป็นอิสระต่อกัน (t-test dependent) ผลการวิจัยพบว่า (1) นักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้แบบครงงานเป็นฐานมีพฤติกรรมการตั้งใจเรียนโดยรวม และรายด้าน ได้แก่ ด้านการปฏิบัติตนในเวลาเรียน และ ด้านการปฏิบัติตนนอกเวลาเรียน สูงกว่าก่อนได้รับการจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ (2) ผลการประเมินพัฒนาการพฤติกรรมการตั้งใจเรียนของนักเรียนภายหลังการจัดการเรียนรู้ ด้วยรูปแบบโครงงานเป็นฐานด้วยคะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ โดยรวมเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก แสดงให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานช่วยพัฒนาพฤติกรรมการตั้งใจเรียนของนักเรียนได้
เอกสารอ้างอิง
ชูชาติ พยอม และ ศุภชัย แก้วจันทร์ (2561), การจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐานนโดยผ่านการลงมือปฏิบัติ. วารสารวิชาการ เทคโนโลยีอุตสาหกรรม, 3 (2), 73-89.
ดุษฎี โยเหลา และ คณะ. (2557). การศึกษาการจัดการเรียนรู้แบบ PBL ที่ได้จากโครงการสร้างชุดความรู้เพื่อสร้างเสริมทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ของเด็กและเยาวชน: จากประสบการณ์ความสำเร็จของโรงเรียนไทย. กรุงเทพมหานคร : หจก. ทิพยวิสุทธิ์.
ทิพวรรณ สุวรรณประเสริฐ. (2541). ตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมต้น สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดปราจีนบุรี. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ธีรพัฒน์ วงศ์คุ้มสิน และเฉลิมขวัญ สิงห์วี. (2562). การสังเคราะห์การจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน: บูรณาการความรู้จิตวิทยาชุมชนสู่การบริการสังคมสู่การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่21.วารสารสังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์, 45(1), 229-268.
บัญชา ธรรมบุตร, คชา ประณีตพลกรัง และพระมหาโชคชัย ฐิตชโย. (2562). การจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (PROJECT-BASED LEARNING). วารสารวิชาการพระพุทธศาสนาเขตลุ่มแม่น้ําโขง, 3(1), 54-69.
พงษ์นรินทร์ เม่าทับ. (2563). การจัดการเรียนรู้โดยใช้การเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับการใช้คำถามตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาความสามารถในการทำโครงงานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
พิษณุ ลิมพะสูตร. (2555). พฤติกรรมการตั้งใจเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคพิเศษ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
พันธีตรา สามารถ และสรคมน์ กมลภากรณ์. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ฝ่ายมัธยม). วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, 18(2), 13–28.
พระครูสุธีจริยวัฒน์, ปยุตฺโต พ. ., แก้วมาตย์ อ., & ธนวํโส (พรมศรี) พ. (2021). ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน. Journal of Roi Kaensarn Academi, 6(5), 197–209.
ภูวดล แก้วมณี. ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมตั้งใจเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) เขตวัฒนา จังหวัดกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
วิจารณ์ พานิช. (2558). การเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง กรุงเทพฯ: บริษัท เอส.อาร์.พริ้นติ้งแมสโปรดักส์ จํากัด
สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2550). การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญา กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์ การเกษตรแห่งประเทศไทย.
ศริมา เสนยิ้ม, โสภณ เพ็ชรพวง และ ญาณิศา บุญจิตร. (2564). การพัฒนาครูด้านการทำวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนบ้าน หัวหมากบน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1. สุราษฎร์ธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2552). ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศิริสุภา, เอมหยวก. (2559). การพัฒนาพฤติกรรมการเรียนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาในการเรียนรายวิชา IS 345 การจัดองค์กรสารสนเทศ โดยการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วม. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม.
สวียา สุรมณี. (2559). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงการเป็นฐาน ในรายวิชาการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ สําหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี. ในการประชุมวิชาการระดับชาติครั้งที่ 1. (หน้า1047-1055). กาฬสินธุ์: มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์.
สุวิทย์ มูลคํา และอรทัย มูลคํา. (2545). 21 วิธีการจัดการเรียนรู้: เพื่อพัฒนากระบวนการคิด. กรุงเทพฯ :ห้างหุ้นส่วนจํากัดภาพพิมพ์.
อรนุช ศรีคำ, ทรรศนันท์ ชินศิริพันธุ์ และสุชาติ หอมจันทร์. (2560). ปัจจัยที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิจัยการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ (รายงานการวิจัย). บุรีรัมย์ : มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.
Alenezi, A.R. & Abdul, K.,, Abdul, M., & Veloo, A. (2011). Institutional support and E-Learning acceptance: An extension of the technology acceptance model. International Journal of Instructional Technology and Distance Learning. 8. 3-16.
Bailey, Joseph. (2003). The foundation of self-esteem. Journal of the National Medical Association. 95. 388-93.
Chang, H. J. (2010). Institutions and Economic Development: Theory, Policy and History. Journal of Institutional Economics, 7, 473-498.
Henerson, M. E. Morris, L. L., & Fitz-Gibbon, C. T. (1987). How to measure attitudes. London: Sage.
KM CHILD-PBL. (2015). (Project-based Learning. Retrieved February 8, 2022, from http://www.vcharkarn.com/ vcafe/202304
Lahaderne, H. M. (1968). Attitudinal and intellectual correlates of attention: A study of four sixth-grade classrooms. Journal of Educational Psychology, 59(5), 320–324.
Williams, G. M. (2012). Developing Short, Practical Measures of Well-Being. In M. Anderson (Ed.), Contemporary Ergonomics and Human Factors 2012. London: Taylor & Francis.
Woolfolk, A. (2010). Educational psychology (11th ed.). Upper Saddle River, NJ: Merrill.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สมาคมจิตวิทยาแนะแนวแห่งประเทศไทย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สมาคมจิตวิทยาแนะแนวแห่งประเทศไทย
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสมาคมจิตวิทยาแนะแนวแห่งประเทศไทย และบุคลากรท่านอื่น ๆ ใน สมาคมฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว