ผลของกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมการมีปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบุญวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
พฤติกรรมการมีปฏิสัมพันธ์, กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์, นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1บทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบพฤติกรรมการมีปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบุญวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา ก่อนและหลังการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมการมีปฏิสัมพันธ์ของนักเรียน 2) เปรียบเทียบพฤติกรรมการมีปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนกลุ่มทดลอง และนักเรียนกลุ่มควบคุม และ 3) เปรียบเทียบพฤติกรรมการมีปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนกลุ่มทดลอง หลังการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมการมีปฏิสัมพันธ์ของนักเรียน กับระยะติดตามผล กลุ่มตัวอย่าง คือ กเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบุญวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 2 ห้องเรียน จำนวน 80 คน จากการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) แบบประเมินการมีปฏิสัมพันธ์ในชั้นเรียน ที่มีค่าความเที่ยงทั้งฉบับ เท่ากับ .90 และ 2) กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมการมีปฏิสัมพันธ์ของนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติการทดสอบค่าทีแบบไม่เป็นอิสระต่อกัน (t-test dependent) ผลการวิจัยพบว่า 1) ค่าเฉลี่ยคะแนนการมีปฏิสัมพันธ์ในชั้นเรียนของนักเรียนกลุ่มทดลอง หลังการทดลองเพิ่มขึ้นกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 2) ค่าเฉลี่ยคะแนนการมีปฏิสัมพันธ์ในชั้นเรียนหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองเพิ่มขึ้นกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
กลุ่มพัฒนาระบบการแนะแนว สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2568). แผนพัฒนาการแนะแนวและ
แผนกิจกรรมแนะแนว พ.ศ. 2566 – 2570. แหล่งที่มา http://www.guidestudent.obec.go.th /?p=2307
จิตวิทยาเกสตอลท์. (2012). จิตวิทยากลุ่มเกสตัลท์. แหล่งที่มา http://asmini1122. blogspot.com/ 2012/09/gestalt-psychology.html?view=timeslide
จำนงค์ นามมา และจักรี ศรีจารุเมธีญาณ. (2564). มิติของการสร้างมนุษยสัมพันธ์ในองค์การ. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 6(2), 779-790.
เฉลิมขวัญ สิงห์วี. (2560, 7-8 ธันวาคม). ผลของโปรแกรมกลุ่มสัมพันธ์ต่อการทำงานเป็นทีม. [เอกสารนำเสนอ]. การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 14, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน.
ทรายแก้ว ก๋องแก้ว, อุรปรีย์ เกิดในมงคล และนวลฉวี ประเสริฐสุข. (2560). ผลการใช้กิจกรรมกลุ่มเพื่อพัฒนาการปฎิบัติตนต่อเพื่อนต่างเพศอย่างเหมาะสมของ นักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนเทศบาล ๒ วัดเสนหา (สมัครพลผดุง). Silpakorn University e-Journal (Social Sciences, Humanities, and Arts), 10(2), 2618-2633.
ธัญพิชชา เชมื่อ. (2562). ผลของโปรแกรมกลุ่มสัมพันธ์ที่มีต่อลักษณะมุ่งอนาคตควบคุมตน ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนศิริมาตย์เทวี อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
นิมาลีกี ใบสะเม๊าะ. (2564). พฤติกรรมด้านมนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3. การค้นคว้าอิสระครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา.
นักรบ หมี้แสน, สุธีรา นิมิตนิวัฒน์ และศศิธร อนันตโสภณ. (2567). การแนะแนว : ศาสตร์เพื่อการพัฒนาช่วยเหลือผู้เรียน. วารสารวิชาการโรงเรียนนายเรือด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศึกษาศาสตร์, 11(1), 35-46.
ประสาท อิศรปรีดา และธีรประภา ทองวิเศษ. (2560). พฤติกรรมสัมพันธภาพระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน: รูปแบบเชิงฤษฎี การวัด และปริทัศน์งานวิจัย. วารสารครุศาสตร์, 45(3), 206-220.
ไพเราะ ราชสมบูรณ์ สุมิตรา ยาประดิษฐ์ เชษฐ์ภณัฏ ลีลาศรีสิริ และ ไตรรัตน์ สิทธิทูล. (2563). การจัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์เพื่อสร้างสัมพันธภาพระหว่างนักศึกษา อาจารย์ผู้สอนและพี่เลี้ยงโดยใช้เทคนิคการให้คำปรึกษาของนักศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ระบบทวิภาคี วิทยาลัยเทคโนโลยี ภาคตะวันออก (อี.เทค). วารสารร่มพฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกริก, 38(2), 140-152.
วิชัย ศรีษะเกษ, ยุภาพร ยุภาศ และภักดี โพธิ์สิงห์. (2565). ความสัมพันธ์ของมนุษย์ในยุคสมัยของความพลิกผัน. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 7(3), 187-200.
วรรษา เฉลิมชัย, อุมาภรณ์ สุขารมณ์, ภูริเดช พาหุยุทธ์ และศรีสมร สุริยาศศิน. (2563). ผลของกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ต่อการเสริมสร้างการทำงานเป็นทีม ของคณะกรรมการสภานักเรียน. วารสารรัชตภาคย์, 14(37), 188-203.
รดาชม พรมนิวาส. (2561). รูปแบบภาวะผู้นำแห่งตนและทักษะมนุษยสัมพันธ์ของผู้นำที่ส่งผลต่อความเหนียวแน่นของทีมงาน. การค้นคว้าอิสระบริการธุรกิจมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
โศภิตา เถนว้อง และจินตนา สรายุทธพิทักษ์. (2562). การจัดโปรแกรมกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์เพื่อสร้างเสริมมนุษยสัมพันธ์สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 47(2), 369-388.
อัจฉรีย์ ไกรกิจราษฎร์, รัชชุกาญจน์ ทองถาวร และไพบูลย์ อุปันโน. (2564). การพัฒนาทักษะทางสังคมของ
เด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 23(2), 351-361.
Button, L. (1974). Developing group work with adolescents. London: University of London Press.
Taskiran, A. (2021). Handbook of Research on Emerging Pedagogies for the Future of Education: Trauma-Informed, Care, and Pandemic Pedagogy.
Thurmond, V.A. (2003) Understanding Interactions in Distance Education: Defining Interaction and Strategies to Enhance Interactions in Web-Based Courses. Nurse Educator, 28, 237-241.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สมาคมจิตวิทยาแนะแนวแห่งประเทศไทย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สมาคมจิตวิทยาแนะแนวแห่งประเทศไทย
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสมาคมจิตวิทยาแนะแนวแห่งประเทศไทย และบุคลากรท่านอื่น ๆ ใน สมาคมฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว