บทความวิจัย ปัจจัยความสัมพันธ์ที่ส่งผลต่อภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ทางวิชาการทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 1
ปัจจัยความสัมพันธ์ที่ส่งผลต่อภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ทางวิชาการทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 1
คำสำคัญ:
ผู้นำการเปลี่ยนแปลง, ความคิดสร้างสรรค์, ความฉลาดทางอารมณ์, ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ทาง วิชาการบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) ศึกษาผู้นำการเปลี่ยนแปลง ความคิดสร้างสรรค์ ความฉลาดทางอารมณ์ และภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ทางวิชาการทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 1, 2) ศึกษาปัจจัยความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำการเปลี่ยนแปลง ความคิดสร้างสรรค์ ความฉลาดทางอารมณ์กับภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ทางวิชาการทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 1, 3) ศึกษาผู้นำการเปลี่ยนแปลง ความคิดสร้างสรรค์กับความฉลาดทางอารมณ์ที่ส่งผลต่อภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ทางวิชาการทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 1 กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 1 ปีการศึกษา 2567ที่ความเชื่อมั่น 95% ได้กลุ่มตัวอย่างผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 29 คน และครูผู้สอน จำนวน 295 คน รวมเป็น 324 คนโดยกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างจากตารางสำเร็จรูปของเครจซี่และมอร์แกน จากนั้นสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น และสุ่มอย่างง่ายโดยวิธีการจับสลาก สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณแบบ Stepwise เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.96
ผลการวิจัยพบว่า 1 ) ผลการวิเคราะห์และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของตัวแปรปัจจัยด้านผู้นำการเปลี่ยนแปลง ความคิดสร้างสรรค์ ความฉลาดทางอารมณ์ และภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ทางวิชาการทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา โดยรวมพบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ทางวิชาการทางวิชาการ อยู่ในระดับมาก รองลงมา คือ ด้านภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก 2) โดยรวมปัจจัยที่มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อยู่ในระดับสูง คือปัจจัยความฉลาดทางอารมณ์กับตัวแปรปัจจัยภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ทางวิชาการทางวิชาการ อยู่ในระดับสูง (r =. 672) รองลงมาคือความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรปัจจัยความคิดสร้างสรรค์กับตัวแปรความฉลาดทางอารมณ์อยู่ในระดับปานกลาง (r = .529) และความสัมพันธ์ของปัจจัยความคิดสร้างสรรค์กับภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ทางวิชาการทางวิชาการอยู่ในระดับปานกลาง (r = .270) โดยทุกปัจจัยมีความสัมพันธ์กับภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ทางวิชาการทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในทางบวก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01และ 3) อำนาจพยากรณ์ของปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ทางวิชาการทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 1 พบว่า มีตัวแปรที่สามารถอธิบายความผันแปรที่มีอิทธิพลต่อภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ทางวิชาการทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา มีจำนวน 2 องค์ประกอบ คือ ผู้นำการเปลี่ยนแปลง และความคิดสร้างสรรค์ (Creative) ซึ่งสามารถอธิบายความผันแปรที่มีผลต่อภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ทางวิชาการทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาโดยรวมได้ร้อยละ 97.00 (R2 = 0.978) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
เอกสารอ้างอิง
จิติมา วรรณศรี. (2550). รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร
สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตร์ดุษฏีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหาร
การศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ณัฐวุฒิ เตมียสุวรรณ. (2550). ปัจจัยบางประการที่ส่งผลต่อภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร
ตัวแทน เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด ในเขตกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการวิจัยและสถิติทางการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่2. กรุงเทพฯ:วิริยาสาสน์บูรชัย ศิริมหาสาคร.
ประคอง กรรณสูต. (2542). สถิติเพื่อการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2553). ผู้นำเชิงสร้างสรรค์และผลิตภาพ:กระบวนทัศน์ใหม่และผู้นำใหม่ทาง
การศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมชาย เทพแสง. (2552). ภาวะผู้นำวิสัยทัศน์: รูปแบบใหม่ของผู้บริหารโรงเรียนในทศวรรษหน้า.
วารสารบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,6(11),83-95.
อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล. (2551). การพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล. กรุงเทพฯ: ดีไซด.
Anderson, N.H. (1971) Integration Theory and Attitude Change. Psychological Review, 78,
-206. http://dx.doi.org/10.1037/h0030834
Bass, B. M., & Avolio, B. J. (Eds.). (1994). Improving organizational effectiveness through transformational leadership. Sage Publications, Inc.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30, 607-610.
https://doi.org/10.1177/001316447003000308Kahan, Seth. (2002). Visionary leadership. Retrieved May 9, 2010, from
Leithwood, K. and Jantzi, D. (2000) Principals and Teacher Leadership Effects: A Replication. School Leadership and Management, 20, 415-434. https://doi.org/10.1080/713696963
Robbins, P. Stephen & Coulter, Mary. (2003). Management (international edition). Upper saddle river, New Jersey: Prentice Hall.
Sergiovanni, et al. (1999). Educational governance and administration. 4th ed. Boston:
Allyn and Bacon.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 ปีที่1, ฉบับที่ 3 (กันยายน-ธันวาคม) 2568

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร