ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการควบคุมตนเอง ทักษะการเข้าสังคมกับพฤติกรรมความกล้าแสดงออกที่เหมาะสมของนักเรียนมัธยมศึกษา โรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร
คำสำคัญ:
ความสามารถในการควบคุมตนเอง, ทักษะการเข้าสังคม, ความกล้าแสดงออก, นักเรียนมัธยมศึกษาบทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความสามารถในการควบคุมตนเอง ทักษะการเข้าสังคม และพฤติกรรมการกล้าแสดงออกที่เหมาะสมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการควบคุมตนเอง ทักษะการเข้าสังคมกับพฤติกรรมความกล้าแสดงออกที่เหมาะสม กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยนักเรียนจำนวน 230 คน ที่ได้รับการสุ่มแบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม 3 ฉบับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์ความสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการทดสอบสมมติฐานที่ระดับนัยสำคัญ .05
ผลการศึกษา พบว่า 1) นักเรียนมีระดับความสามารถในการควบคุมตนเอง ทักษะการเข้าสังคม และพฤติกรรมความกล้าแสดงออกที่เหมาะสมในระดับค่อนข้างสูง 2) ความสามารถในการควบคุมตนเองมีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) ทักษะการเข้าสังคมมีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมกล้าแสดงออกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน. (2566). สถิติเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม. กรุงเทพฯ: กระทรวงยุติธรรม.
ชยากร นรินทรหงษทอง. (2552). ผลของการใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่มีต่อทักษะทางสังคม และพฤติกรรมก้าวร้าวของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิจัยการศึกษา, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย].
นุชรี บัวโค. (2562). ทักษะทางสังคมและความสามารถในการปรับตัวของนักเรียนมัธยมศึกษา. วารสารครุศาสตร์, 47(4), 102-115.
พระวิหาญชัย อนุตฺตโร (เกษอินทร์). (2552). การศึกษาความสามารถในการควบคุมตนเองกับความสำเร็จทางการเรียนของนักศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 32(3), 45-58.
สาลินี จงใจสุธรรม, นำชัย ศุภฤกษ์ชัยสกุล, & วินัย ดำสุวรรณ. (2558). การพัฒนาทักษะการกำกับตนเองในการเรียนรู้ของนักเรียนมัธยมศึกษา. วารสารการศึกษาและพัฒนาสังคม, 11(2), 23-37.
สุภารัตน์ พัฒนแหวว. (2565). การเสริมสร้างการเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคมของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นโดยการให้คำปรึกษากลุ่ม. วารสารจิตวิทยาและพฤติกรรมศาสตร์, 15(1), 88-103.
วัฒนา วงศ์พานิชย์, พัฒนานุสรณ์ สถาพรวงศ์, & ลักขณา สรีวัฒน์. (2556). ผลการใช้เทคนิคการควบคุมตนเองเพื่อลดพฤติกรรมก้าวร้าวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารจิตวิทยาคลินิก, 43(2), 79-92.
อิสริยา สันติธรรม. (2564). แนวทางการควบคุมตนเองของเด็กและเยาวชนที่ไม่กลับไปกระทำผิดซ้ำ. วารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์, 39(1), 132-150.
Baumeister, R. F., & Heatherton, T. F. (1996). Self-regulation failure: An overview. Psychological Inquiry, 7(1), 1–15.
Baumeister, R. F., & Tierney, J. (2011). Willpower: Rediscovering the greatest human strength. Penguin Press.
Baumeister, R. F., Vohs, K. D., & Tice, D. M. (2007). The strength model of self-control. Current Directions in Psychological Science, 16(6), 351–355.
Erikson, E. H. (1968). Identity: Youth and crisis. W. W. Norton & Company.
Hayya, R. N., & Savitri, L. S. Y. (2023). Assertive communication skills group intervention for adolescents with social anxiety. PSIKOSTUDIA: Jurnal Psikologi, 12(3), 401–410.
Riggio, R. E. (1986). Assessment of basic social skills. Journal of Personality and Social Psychology, 51(3), 649-660
Lee, H., & Johnson, P. (2020). Emotional and social skills development and its impact on adolescent assertive behavior. Journal of Adolescent Development, 35(3), 312-329.
Smith, A., & Taylor, B. (2021). Enhancing assertiveness in high school students through emotional regulation strategies. Youth & Society, 53(4), 487-505.
Stepanov, S. S. (2006). Assertiveness in social interactions. Psychological Institute.
Tangney, J. P., Baumeister, R. F., & Boone, A. L. (2004). High self-control predicts good adjustment, less pathology, better grades, and interpersonal success. Journal of Personality, 72(2), 271-324.
Vagos, P., & Pereira, A. I. (2020). Social anxiety and assertiveness in adolescence: Empirical evidence for cognitive conceptualization. Journal of Child and Adolescent Behavior, 8(2), 75-84.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สมาคมจิตวิทยาแนะแนวแห่งประเทศไทย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สมาคมจิตวิทยาแนะแนวแห่งประเทศไทย
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสมาคมจิตวิทยาแนะแนวแห่งประเทศไทย และบุคลากรท่านอื่น ๆ ใน สมาคมฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว