ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจทำวิจัยของบุคลากรสายสนับสนุน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาทัศนคติ การรับรู้ แรงจูงใจ และการตัดสินใจทำวิจัยของบุคลากรสายสนับสนุน 2) เปรียบเทียบลักษณะทางประชากรกับการตัดสินใจทำวิจัยของบุคลากร และ 3) ศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจทำวิจัยของบุคลากร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจาก บุคลากรสายสนับสนุน จำนวน 21 คน ได้จากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถาม และสถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-Test) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) และค่าสหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson Product-Moment Correlation Coefficient) ผลการวิจัยพบว่า (1) โดยภาพรวมปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจทำวิจัยอยู่ในระดับมาก ( = 4.10, S.D. = .166) โดยด้านทัศนคติต่อการทำวิจัยมีระดับมากที่สุด (
= 4.57, S.D. = .169) รองลงมาคือด้านการตัดสินใจทำวิจัย (
= 4.36, S.D. = .377) และด้านแรงจูงใจ (
= 4.32, S.D. = .248) ส่วนด้านการรับรู้อยู่ในระดับปานกลาง (
= 3.16, S.D. = .688) แสดงให้เห็นว่าบุคลากรมีทัศนคติและด้านการตัดสินใจทำวิจัย แต่ยังต้องการการพัฒนาทักษะและความรู้ด้านการวิจัยเพิ่มเติม (2) การเปรียบเทียบลักษณะทางประชากรพบว่า ระดับการศึกษามีผลต่อทุกด้านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ขณะที่อายุ กลุ่มงาน และประสบการณ์ทำงานมีผลต่อการรับรู้และการตัดสินใจทำวิจัย ส่วนเพศมีผลเฉพาะต่อการรับรู้และแรงจูงใจ (3) ผลการวิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์พบว่า ปัจจัยที่ศึกษามีความสัมพันธ์ เชิงบวกกับการตัดสินใจทำวิจัยในระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 (r = .766) สะท้อนว่าการเพิ่มขึ้นของปัจจัยด้านทัศนคติ การรับรู้ และแรงจูงใจส่งผลให้เกิดความตั้งใจในการทำวิจัยมากขึ้น
Article Details
ลิขสิทธิ์ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
เอกสารอ้างอิง
งานบุคลากร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร. (2567). ข้อมูลบุคลากร. กรุงเทพฯ : งานบุคลากร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ
งานวิจัย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร. (2567). ข้อมูลงานวิจัย. กรุงเทพฯ : งานวิจัย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ
จุนจิตร ธุวสุจิเรข. (2556). ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการทำงานกับคุณภาพชีวิตในการทำงานของพนักงานโรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอ จังหวัดเพชรบุรี (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี, เพชรบุรี.
ชูศรี วงศ์รัตนะ. (2544). เทคนิคการใช้สถิติเพื่อการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ: เทพเนรมิตการพิมพ์.
นนนุชนาถ กระแสโท. (2564). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการทำวิจัยสถาบันของบุคลากรสายสนับสนุน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ขอนแก่น: คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
นิภาพรรณ ลิ้มเทียมรัตน์. (2564). ปัจจัยที่มีผลต่อการทำงานวิจัยของบุคลากรในโรงพยาบาลบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี. วารสารวิจัยเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต, 1(2), 31-42.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น (ฉบับปรับปรุงใหม่). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
พิราวรรณ หนูเสน, สุวรรณี แรงครุฑ และสัญชัย ทองสุกใส. (2562). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานวิจัยของบุคลากรสายสนับสนุน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, เวชบันทึกศิริราช, 12(2), 87–94.
เมทิกา พ่วงแสง และวิสุตา วรรณห้วย. (2566). ปัจจัยที่มีผลต่อการทำงานวิจัยของบุคลากรสายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร.
วิเชียร วิทยอุดม. (2547). พฤติกรรมองค์การ. กรุงเทพฯ: ธีระฟิล์ม และ ไซเท็กซ์.
Ajzen, I. (1991). The theory of planned behavior. Organizational Behavior and Human Decision Processes, 50(2), 179–211.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
Maslow, A. H. (1943). A theory of human motivation. Psychological Review, 50(4), 370–396.
McClelland, D. C. (1961). The achieving society. Princeton, NJ: Van Nostrand.
Murray, H. A. (1938). Explorations in personality. New York, NY: Oxford University Press.
Schiffman, L. G., & Kanuk, L. L. (1994). Consumer behavior (7th ed.). New York, NY: Macmillan.