ความต้องการและความคาดหวังของนิสิตต่อหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการศึกษาต่อของนิสิตที่มีต่อหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต 2) เพื่อศึกษาความต้องการและความคาดหวังของนิสิตที่มีต่อหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต และ 3) เพื่อนำแนวทางจากการศึกษาความต้องการและความคาดหวังของนิสิตใช้พัฒนาหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต ประชากรที่ใช้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือในเชิงคุณภาพใช้ตัวแทนนิสิตที่กำลังศึกษา จำนวน 20 คน และในเชิงปริมาณใช้ประชากรนิสิตทั้งหมดที่กำลังศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา จำนวน 60 คน เครื่องมือที่ใช้ในเชิงคุณภาพ คือ แบบสัมภาษณ์ และเชิงปริมาณคือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีสถิติเชิงพรรณา รวมถึงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน สถิติถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษา พบว่า 1) ปัจจัยที่มีผลต่อระดับความคิดเห็นต่อการเข้าศึกษาต่ออยู่ในระดับมาก ใน 2 ด้าน คือ ด้านการเรียนการสอนและด้านการให้บริการ ( = 4.49) 2) ผลการศึกษาความคิดเห็นความต้องการและความคาดหวัง พบว่า ด้านความต้องการต่อหลักสูตรอยู่ในระดับมาก ในเรื่องความรู้ที่ได้จากการศึกษาในหลักสูตรมีความสอดคล้องกับข้อกำหนด (
= 4.47) และ 3) ตัวแปรที่ส่งผลทางบวกต่อความต้องการและความคาดหวังของนิสิต อย่างมีระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 คือ ด้านการเรียนการสอน ด้านการพัฒนานักศึกษา ด้านการให้บริการ และด้านปัจจัยเกื้อหนุนการศึกษาส่งผลทางลบต่อความต้องการและความคาดหวังของนิสิต อย่างมีระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยส่งผลต่อความต้องการและความคาดหวังของนิสิตร้อยละ 66.6 ผลการสัมภาษณ์ความต้องการและความคาดหวังของนิสิต พบว่า 1) ด้านการเรียนการสอนควรให้มีการเลือกสาขาวิชา ความเชี่ยวชาญ ความรู้และทักษะตามความต้องการของนิสิต 2) ปรับการสอนและการมอบหมายงานให้มีความเหมาะสม 3) เสริมสร้างทักษะด้านการสื่อสารและการพูดคุยด้านจิตวิทยา 4) มีระบบสืบค้นข้อมูลสามารถค้นหาได้รวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก และ 5) มีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถตอบระบบงานวิจัยได้แบบครอบคลุมทั้งหมด
Article Details
ลิขสิทธิ์ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
เอกสารอ้างอิง
กุสุมาลย์ น้อยผา และพิมพิมล บังสงค์. (2564). ความคาดหวังของผู้ปกครองต่อหลักสูตรการแพทย์แผนไทยบัณฑิต มหาวิทยาลัยทักษิณ. วารสารสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 4(3), 1-17.
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ. (2563). หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2563. สืบค้นจาก https://cur.tsu.ac.th/home/program.jsp?curriculumid=10000194
จันทิมา แสงแพร. (2566). การพัฒนาปัจจัยเกื้อกูลต่อการเห็นคุณค่าตนเองของผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุจังหวัดกาญจนบุรีตามแนวพระพุทธศาสนา. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์, 7(1), 79-94.
ชลธิศ ดาราวงษ์. (2560). การจัดการผลิตภัณฑ์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์วังอักษร.
ฝ่ายยุทธศาสตร์และพัฒนาคุณภาพองค์กร มหาวิทยาลัยทักษิณ. (2566). คู่มือการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในระดับหลักสูตร. สืบค้นจาก https://cms.tsu.ac.th/cmsFiles/soqd/menu/6cfff87f330febd416e01c8c34be0a21.pdf
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570). สืบค้นจาก https://www.nesdc.go.th/article_attach/article_file_20230307173518.pdf
สุทธิพรรณ ธีรพงศ์, นิฤมล สุวรรณศรี, ทิพย์ ขำอยู่, จิราพร รอดพ่วง และนงเยาว์ นุชนารถ. (2564). ความคาดหวังและความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีต่อหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการศึกษาปฐมวัยและประถมศึกษา. วารสารการจัดการทางการศึกษาปฐมวัย, 3(2), 1-9.
อัศว์ศิริ ลาปีอี. (2560). ศึกษาความคาดหวังของสังคมต่อหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ตามแนวทางจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21.วารสารการวิจัยกาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 14(1), 57-72.