วารสารการจัดการและการพัฒนาท้องถิ่น https://so11.tci-thaijo.org/index.php/jMLD <p>วารสารการจัดการและการพัฒนาท้องถิ่น มุ่งนำเสนอบทความในศาสตร์ด้านบริหารธุรกิจ ด้านการท่องเที่ยวและโรงแรม ด้านการพัฒนาท้องถิ่น และด้านสหวิทยาการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นผลงานที่มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาองค์ความรู้ในเชิงทฤษฎี หรือการนำไปใช้ประโยชน์ต่อองค์การ ทั้งเชิงนโยบาย เชิงพาณิชย์ หรือเชิงการบริหารจัดการ เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นและชุมชน</p> th-TH <p><em>Journal of TCI is licensed under a Creative Commons </em><a href="https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/"><em>Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)</em></a><em> licence, unless otherwise stated. Please read our Policies page for more information...</em></p> jmld_fms@kpru.ac.th (อาจารย์ ดร.ประพล จิตคติ) jmld_fms@kpru.ac.th (วชิรวิทย์ กรรณิกา) Tue, 30 Jun 2026 16:44:28 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 กลยุทธ์การสื่อสารเพื่อสร้างความนิยมทางการเมืองของนักการเมืองท้องถิ่น https://so11.tci-thaijo.org/index.php/jMLD/article/view/2798 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์กลยุทธ์การสื่อสารสำหรับสร้างความนิยมทางการเมืองของนักการเมืองท้องถิ่นในบริบทสื่อที่เปลี่ยนแปลงไป โดยการวิเคราะห์ใช้กรอบแนวคิดหลักคือ แบบจำลองการสื่อสาร SMCR ของ David K. Berlo (1960) ซึ่งจำแนกกระบวนการสื่อสาร 4 องค์ประกอบ ได้แก่ ผู้ส่งสาร (Sender), สาร (Message), ช่องทาง (Channel) และผู้รับสาร (Receiver) มาเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์เชิงสัมพันธ์ ร่วมกับแนวคิดและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องด้านการสื่อสารทางการเมืองและการตลาดการเมือง การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Research) โดยสังเคราะห์เนื้อหาจากงานวิจัยและเอกสารทางวิชาการที่ผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบของแบบจำลอง SMCR รวมถึงข้อดีและข้อจำกัดของสื่อดั้งเดิมและสื่อใหม่ และกลยุทธ์การสื่อสารเพื่อสร้างความนิยมทางการเมืองโดยเฉพาะ</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพคือการผสมผสานองค์ประกอบ SMCR เริ่มต้นจากผู้ส่งสาร (นักการเมือง) ต้องสร้างแบรนด์บุคคลที่น่าเชื่อถือ, สาร (นโยบาย) ต้องถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ผู้รับสาร, และช่องทาง (สื่อ) ต้องถูกเลือกให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการรับสื่อของผู้รับสารแต่ละกลุ่ม ข้อค้นพบของบทความนี้คือ การนำเสนอกรอบแนวคิดการสื่อสารเชิงสัมพันธ์ (Relational Framework) ที่ชี้ให้เห็นกระบวนการสร้างความนิยมที่มีประสิทธิภาพในบริบทท้องถิ่นนั้น เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจผู้รับสาร (R) เป็นศูนย์กลาง เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกมาออกแบบกลยุทธ์ของผู้ส่งสาร (S), สาร (M) และช่องทาง (C) ให้ทำงานเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นแนวทางที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนการสื่อสารได้จริง</p> ทวีศักดิ์ นิ่มอนงค์, วิทยาธร ท่อแก้ว, กานต์ บุญศิริ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/jMLD/article/view/2798 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 แนวทางการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของผู้ประกอบการธุรกิจโฮมสเตย์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์อย่างยั่งยืน ในยุคแห่งการพลิกโฉมทางธุรกิจของประเทศไทย https://so11.tci-thaijo.org/index.php/jMLD/article/view/2067 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและระบุแนวทางการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของผู้ประกอบการธุรกิจโฮมสเตย์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์อย่างยั่งยืนในยุคแห่งการพลิกโฉมทางธุรกิจของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการค้นหาปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้ดำรงอยู่และเติบโตได้ท่ามกลางความผันผวนทางธุรกิจ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพตามแนวคิดการสร้างทฤษฎีจากข้อมูลและการสนทนากลุ่ม โดยดำเนินการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ประกอบการธุรกิจโฮมสเตย์ที่มีผลประกอบการสูงในประเทศไทยจำนวน 152 ราย ซึ่งได้รับการคัดเลือกแบบเจาะจงตามคุณสมบัติที่กำหนด การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างแบบเปิด และวิเคราะห์ข้อมูลแบบสารัตถภาพและสัมพันธภาพเพื่อสร้างแบบจำลองมโนทัศน์ กระบวนการวิจัยประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก 1) การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2) การเก็บข้อมูลและกำหนดองค์ประกอบ 3) การวิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ประกอบ และ 4) การตรวจสอบและยืนยันแนวทางที่เหมาะสมโดยการสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ 9 ท่าน เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์ ผลการวิจัยพบว่า แนวทางการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของผู้ประกอบการธุรกิจโฮมสเตย์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์อย่างยั่งยืนของประเทศไทยมี 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1) การจัดการตอบสนองต่อความต้องการ (2) การเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจดิจิทัล (3) การปรับกรอบความคิด (4) การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และ (5) การเป็นผู้ประกอบการมืออาชีพ องค์ประกอบเหล่านี้ยังประกอบด้วย 11 ตัวบ่งชี้สำคัญ เช่น การกำหนดวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ การกำหนดโครงสร้างและทรัพยากรองค์กรที่เหมาะสม การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนนวัตกรรมการบริการ การประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลที่เหมาะสม การสร้างทีมผู้นำเชิงปรับตัว การสร้างบรรยากาศและระบบนิเวศที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงการปรับกรอบความคิดและพฤติกรรมเชิงสร้างสรรค์ และการสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้เชิงดิจิทัลทั่วทั้งองค์กร แนวทางการปรับตัวที่ค้นพบนี้เป็นกรอบแนวคิดที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจโฮมสเตย์ให้สามารถปรับตัว พลิกโฉมธุรกิจ และดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีความผันผวนสูงในปัจจุบัน</p> พงษ์ศักดิ์ ผกามาศ, วณิกกุล กอธวัช, อาคีรา ราชเวียง, ปรางทิพย์ เสยกระโทก, วันทนารี สุวรรณกลาง ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/jMLD/article/view/2067 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 ส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ เพื่อความปลอดภัยของแรงงานในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี https://so11.tci-thaijo.org/index.php/jMLD/article/view/2838 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลของผู้บริโภคที่ซื้ออุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 2) ศึกษาระดับความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อส่วนประสมทางการตลาด 4Ps ของอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย 3) เพื่อวิเคราะห์ส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค กลุ่มตัวอย่างคือผู้บริโภคจำนวน 400 คน ใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูล ใช้สถิติการวิเคราะห์เชิงพรรณนา การทดสอบความแตกต่าง การวิเคราะห์ความสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยส่วนบุคคล โดยเฉพาะอาชีพและรายได้ มีผลต่อความคิดเห็นเกี่ยวกับส่วนประสมทางการตลาดอย่างมีนัยสำคัญ 2) ผู้บริโภคมีความคิดเห็นต่อส่วนประสมทางการตลาดในระดับสูงสุด (ค่าเฉลี่ยรวม 4.64) 3) การตัดสินใจใช้อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคได้รับอิทธิพลสูงสุดจากราคาและคุณภาพสินค้า</p> เชษฐา ล่าจำปา, ธัญญารัตน์ จัดนอก, จิรัชญา แย้มไสว, นฤมล ตีระพัฒนเกียรติ, สุรชัย วงษ์ชาลี, สุจิตรา แนใหม่ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/jMLD/article/view/2838 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 ปัญหาการสื่อสารภาษาอังกฤษระหว่างพนักงานต้อนรับในโรงแรมกับผู้เข้าพักชาวต่างชาติในประเทศไทย : การวิเคราะห์และสังเคราะห์เชิงเอกสาร https://so11.tci-thaijo.org/index.php/jMLD/article/view/2897 <p>บทความวิจัยเชิงเอกสารนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค ด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษของพนักงานต้อนรับในโรงแรมกับผู้เข้าพักชาวต่างชาติ โดยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากบทความวิจัย วิทยานิพนธ์ และบทความวิชาการที่เผยแพร่ทั้งในและต่างประเทศ ตามแนวทางการคัดเลือกเอกสารของ John Scott และ Mogalakwe รวมจำนวน 28 ฉบับ วรรณกรรมภาษาไทย 17 ฉบับ และภาษาอังกฤษ 11 ฉบับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis) ตามแนวทางของ Krippendorff และ Elo &amp; Kyngas<br />ผลการวิจัยพบว่า ปัญหาการสื่อสารระหว่างพนักงานต้อนรับและผู้เข้าพักชาวต่างชาติ เกิดจากข้อจำกัดทางภาษาอังกฤษ ความแตกต่างทางวัฒนธรรม และโครงสร้างการจัดการภายในโรงแรม ปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพการบริการและความพึงพอใจของผู้เข้าพัก ดังนั้นโรงแรมควรเน้นการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเฉพาะทาง การเสริมสร้างความเข้าใจด้านวัฒนธรรม และการสนับสนุนจากองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมโรงแรมไทยในระดับสากล</p> จิรายุทธ ยอดแก้ว, ภูริณภัทร หินแก้ว, ณัฐธิดา รอดจิตร์, พฤทธิ์ โสภาภาร, ธนนท์รัฐ นาคทั่ง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/jMLD/article/view/2897 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 ต้นทุนและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของการปลูกกล้วยหอมทอง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ https://so11.tci-thaijo.org/index.php/jMLD/article/view/3004 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาต้นทุนทางการบัญชี และวิเคราะห์จุดคุ้มทุนและอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของการปลูกกล้วยหอมทองในพื้นที่ตำบลช่อแลและตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้การวิจัยเชิงพรรณนาและการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม กลุ่มเป้าหมายคือเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทองจำนวน 30 ราย ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามและการจัดเวทีประชาคม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และความถี่ และใช้ตัวชี้วัดทางการเงิน ได้แก่ อัตรากำไรสุทธิ อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ และจุดคุ้มทุน<br />ผลการวิจัยพบว่า การลงทุนปลูกกล้วยหอมทอง 1 ครั้งสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 2 รุ่น โดยใช้หน่อจากรุ่นแรกในการปลูกต่อ ค่าใช้จ่ายการลงทุนเริ่มแรกเฉลี่ย 36,900 บาทต่อไร่ ต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 24,753 บาทต่อไร่ ประกอบด้วยต้นทุนคงที่ 6,920 บาท (ร้อยละ 28) และต้นทุนผันแปร 17,833 บาท (ร้อยละ 72) เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ย 75,206 บาทต่อไร่ และมีกำไรสุทธิ 50,453 บาทต่อไร่ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 67 และอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ร้อยละ 137 ขณะที่จุดคุ้มทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 633 กิโลกรัมต่อไร่ หรือคิดเป็นเงิน 9,071 บาทต่อไร่<br />สรุปได้ว่า การปลูกกล้วยหอมทองมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และสามารถสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่เกษตรกรในพื้นที่ศึกษา</p> พิชญานันท์ อมรพิชญ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so11.tci-thaijo.org/index.php/jMLD/article/view/3004 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700